ร้าน มาโปคัลบี (Mapogalbi) อิ่มอร่อยแค่ 299 ไปกับบุฟเฟต์หมูย่างสไตล์เกาหลีสูตรออริจินัลแท้ และไข่ตุ๋นกิมจิ @พระโขนง

“อัน นยองฮาเซโย

มัน นา ซอ พัน กา วอ โย

เช อีรือมึน อาหย่อยรีวิว อิมนีดา”

          สวัสดีผู้อ่านที่น่ารัก และน่าหม่ำทุกคนอีกครั้งค่ะ ไม่ต้องตกใจว่าทำไมวันนี้พวกเราทีมงาน RyoiiReview มาแปลกด้วยการพูดทักทายเป็นภาษาเกาหลีได้อย่างเก่งกาจ (หรอ) และแลดูเชี่ยวชาญ (คิดงั้นสิ) เพราะวันนี้ร้านอาหารที่พวกเราไปรีวิวคือ ร้านเนื้อย่างสไตล์เกาหลีแบบออริจินัล! ออริจินัลอย่างไรนะหรือ ก็แค่เจ้าของร้านเป็นชาวเกาหลีที่ขนสูตร ขนความอร่อยลัดฟ้ามาสู่ประเทศไทยให้คนไทยอย่างเราๆได้พบความอร่อยในสไตล์เกาหลีที่อร่อยซะจนอยากเป็นติ่งเกาหลีเลยอ่ะเธอ! ร้านที่พวกเราจะพาไปวันนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่อบอุ่น พร้อมการตกแต่งแบบรู้เลยว่า “โคตรเกาเลยอ่ะ”

 

พร้อมไหมที่จะไปฝากท้องกันที่ร้าน มาโปคัลบี (Mapogalbi) สาขาพระโขนงพร้อมบุฟเฟต์หมูย่างเกาหลีในราคาไม่ถึงสามร้อย!

 

รายละเอียดราคา

                ใครอยากอิ่มท้องให้หนังท้องตึงแต่หนังตาหย่อน ต้องมาที่ร้าน มาโปคัลบี (Mapogalbi) สาขาพระโขนงแบบด่วนจี๋เลยค่ะ เพราะที่นี้เขาให้บริการบุฟเฟต์หมูย่างสไตล์เกาหลีในราคาสุดคุ้ม อิ่มได้ไม่เกินสามร้อยในเวลา 90 นาที (สาขาห้วยขวางไม่มีบริการบุฟเฟต์) ทีมงาน RyoiiReview พูดเลยว่าราคานี้คุ้มสุดๆ รับรองว่าน้ำหนักขึ้นทุกคน ถ้าไม่ขึ้นให้ตบ!

                บุฟเฟต์ปิ้งย่างหมูเกาหลีประกอบไปด้วย ซี่โครงหมูหมัก, หมูสามชั้น, คอหมู, สันคอหมัก, ตับหมู และหนังหมู พร้อมด้วยไข่ตุ๋นผสมกินจิ และเครื่องเคียงแบบเกาหลีแท้ๆประมาณ 6-12 รายการ (จำนวนเมนูเครื่องเคียงอาจจะน้อยหรือมากขึ้นอยู่แล้วแต่วัน และเวลาค่ะ) และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ทุกโต๊ะจะได้รับ “ชีส” อร่อยแบบเยิ้มๆ เค็มหน่อยๆ เข้ากันดีกับไข่ตุ๋น และฟรีทุกโต๊ะในครั้งแรก (ถ้าอยากสั่งชีสเพิ่มต้องเสียเงิน)

 


ถ้าเลือกบุฟเฟต์หมูย่าง สั่งได้เฉพาะหน้านี้ค่ะ แต่สั่งได้เรื่อยๆ เติมได้ไม่อั้น

          อ่ะๆ ก่อนจะวางแผนไปกิน ชวนเพื่อนไปอ้วน สิ่งแรกที่ต้องคำนึงคือเวลานะจ้ะสาวๆ หนุ่มๆ เพราะถึงแม้จะเป็นบุฟเฟต์หมูย่างเกาหลีเหมือนกัน แต่ราคาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเวลานะเธอ ดูดีๆว่าอยากจ่ายราคาไหนก็ไปเวลานั้น!

Lunch Time         12.00 – 16.00 ราคา 249 บาท – ใครอยากหนักท้องตั้งแต่ตอนเที่ยง เรื่อยไปจนถึงบ่ายสี่โมงเป๊ะ (มาก่อน 15.39 น. ชัวร์สุดค่ะ) ต้องมาในช่วง Lunch Time เท่านั้น บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ แถมมีเมนูทุกอย่างเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่คุ้ม!  

Dinner Time       16.00 – 01.00 ราคา 299 บาท – สำหรับผู้ที่อยากมากินข้าวเย็นที่นี้ ถึงแม้ราคาจะเพิ่มขึ้น 50 บาทแต่ก็ยังคุ้มอยู่ดีหากเปรียบเทียบกับบุฟเฟต์ร้านอื่น พูดเลยว่าอิ่มหมู อิ่มไข่ และอิ่มใจเวอร์!

*ราคาบุฟเฟต์ 249 และ 299 บาทไม่รวมเครื่องดื่ม เนื้อวัวและข้าว

          แต่ใครว่าร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi)สาขาพระโขนง จะมีแต่บุฟเฟต์เท่านั้น เพราะที่นี้เขามีบริการอาหารจานเดี่ยวด้วย อย่างเช่น ทักต๊อกบกกี, บิบิมบับ และรามยอน พร้อมด้วยเมนูอาหารเกาหลีอื่นๆอีกมากมายให้เลือก แต่รับรองว่าอร่อยแท้แบบต้นตำรับแน่นอน!

 

...
Responsive image
Share
พาไปดู พาไปกินบุฟเฟต์หมูย่างเกาห...
พาไปดู พาไปกินบุฟเฟต์หมูย่างเกาหลี อร่อยได้ง่ายๆแค่ 289-. ที่คังนัม...
พาไปดู พาไปกินบุฟเฟต์หมูย่างเกาหลี อร่อยได้ง่ายๆแค่ 289-. ที่คังนัม @ซอยสุขุมวิท 16

Responsive image
Share
ติ่งเกาหลี (TingKorean)โดดเด่นด้...
ติ่งเกาหลี (TingKorean)โดดเด่นด้วยเต็นท์สีแดง และอาหารเกาหลีสไตล์สต...
ติ่งเกาหลี (TingKorean)โดดเด่นด้วยเต็นท์สีแดง และอาหารเกาหลีสไตล์สตรีทจากซีรีย์ดัง @ตลาดหัวมุม

Responsive image
Share
เต็มอิ่มปิ้งย่างสายเนื้อและซีฟู้...
เต็มอิ่มปิ้งย่างสายเนื้อและซีฟู้ด อิ่มได้ไม่เกิน 300฿ ที่ Sumi @สุข...
เต็มอิ่มปิ้งย่างสายเนื้อและซีฟู้ด อิ่มได้ไม่เกิน 300฿ ที่ Sumi @สุขุมวิท 16

Responsive image
Share
ร้านซ้งเป็ดพะโล้เป็นร้านข้าวต้มม...
ร้านซ้งเป็ดพะโล้เป็นร้านข้าวต้มมื้อดึก มีบริการเดลิเวอรี่ เปิดมายาว...
ร้านซ้งเป็ดพะโล้เป็นร้านข้าวต้มมื้อดึก มีบริการเดลิเวอรี่ เปิดมายาวนานแล้วกว่า 30 ปี

Responsive image
Share
รีวิวจัดเต็มทุกเมนูเอาใจสายเนื้อ...
รีวิวจัดเต็มทุกเมนูเอาใจสายเนื้อ กับบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสุดฟินในราคา 3...
รีวิวจัดเต็มทุกเมนูเอาใจสายเนื้อ กับบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสุดฟินในราคา 399 บาททานได้ไม่อั้น

บรรยากาศภายในร้าน

                ถึงร้านจะไม่ใหญ่โตนัก สองคูหา และมีโต๊ะเพียง 12 โต๊ะเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้ร้านมีเสน่ห์ และมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครแตกต่างจากร้านอื่นๆ ด้วยการตกแต่งโทนสีแดงเข้ม ดูโบราณ และมนต์ขลังแบบเกาหลี๊เกาหลี


ถ้าหาร้านไม่เจอ ลองมองหาเก้าอี้สีแดงเรียงรายบริเวณหน้าร้าน

 


ความอร่อยไม่ได้วัดกันที่จำนวนโต๊ะ ถึงจะมีโต๊ะน้อย แต่รับรองว่าอร่อยสูตรต้นตำรับเกาหลี

 

    SPONSORED


กลิ่นอายความเป็นเกาหลีแบบดั้งเดิมชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น

 


เครื่องเคียงแบบเกาหลี และน้ำจิ้ม ตัก และเติมได้ไม่อั้น
 

          เมื่อเดินก้าวผ่านประตู และเดินเข้าไปในร้าน สิ่งแรกที่เห็นคือเก้าอี้สีแดงค่ะ และเตาปิ้งย่างที่ช่างดึงดูดใจชวนให้นั่งยิ่งนัก บางคนอาจจะชอบร้านที่ดูสบายตา ตกแต่งด้วยสีขาวแบบซอฟต์ๆ ขอบอกไว้เลยว่าที่ร้านนี้เขาเปรี้ยวตั้งแต่เก้าอี้ยันเตาปิ้งนะค่ะคุณ จากที่กินมาหลายร้านรู้สึกว่าถ้าเป็นร้านเกาหลีปิ้งย่างเมื่อไร เรื่องเตาเป็นหัวใจสำคัญ และต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่ตำแหน่งการวางเตาให้อยู่กึ่งกลางพอดิบพอดีเพื่อให้ทุกคนได้เอื้อมถึง ระยะความลึกของเตาก็น่าประทับใจ ไม่ต้องกลัวเรื่องเขม่าไฟเล็ดลอดออกมาให้แสบตา แต่ 1 โต๊ะนั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น (เอาแบบนั่งสบายๆไม่อึดอัด) ดังนั้นถ้ามากันเยอะๆสัก 5-6 คนก็ต้องนั่งแยกโต๊ะนะจ้ะ ไม่มีต่อโต๊ะให้ แต่ถ้ากลัวว่าจะไม่มีโต๊ะสามารถโทรมาที่ร้านก่อนได้ค่ะ

 

เครื่องดื่ม

                มากินบุฟเฟต์หมูย่างเกาหลีทั้งที่ จะให้สั่งน้ำโค้ก น้ำแดงหรือน้ำเขียวก็ไม่ใช่ ต้องสั่งเครื่องดื่มแบบเกาหลีสิถึงจะเข้า!

 
น้ำชาเกาหลีฉบับออริจินัล                                                                น้ำดื่่มตรา มาโปกัลบี

 


ใครสายดื่ม ลอง "โซจู" เหล้าจากเกาหลี รับรองว่าแรงไม่แพ้ของไทย

           พูดเลยว่าตอนแรกไม่กล้าสั่งชาเกาหลี  เลยสั่งน้ำเปล่ามากันไว้ก่อนเพราะกลัวว่าชาเกาหลีมันจะขมๆ จืดๆ และไม่อร่อยเหมือนชาเขียวที่ไม่ได้ใส่น้ำตาล กินแล้วฝืดคอ และขมคอ แต่ที่ไหนได้คุณพระ! ชาเกาหลีอร่อยเวอร์ค่ะคุณผู้อ่าน ด้วยรสชาติหวาน แต่ไม่มากจนเกินไป พร้อมด้วยกลิ่นชาแท้ๆ เสิรฟ์มาในเยือกเย็นๆ ดื่มกี่อึกก็อร่อย ไม่ต้องพึ่งน้ำแข็งเลยด้วย สั่งกี่รอบก็หมด แนะนำเลยค่ะถ้าหากแวะมาที่ร้าน มาโปคัลบี (Mapogalbi)สาขาพระโขนง จำเป็นต้องสั่งเป็นอย่างแรก!

 

น้ำจิ้ม

                มากินหมูย่างเกาหลีทั้งที จะไม่พูดถึงน้ำจิ้มเลยก็ไม่ใช่ เพราะน้ำจิ้มเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ได้รสชาติเนื้อหมูย่างที่เข้มข้นมากขึ้น แถมที่ร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi) มีน้ำจิ้มให้เลือกเยอะเวอร์โดยมีมากถึง 4 ชนิดให้จุ่ม และจิ้มกันให้มันส์

 


ซอสพริกสูตรเต้าเจี้ยว รสเข้มข้น ได้กลิ่นเต้าเจี้ยว เพิ่มความอร่อยให้หมูย่าง

 


ซอสพริกเกาหลีหรือโคชูจัง เพิ่มรสชาติให้เนื้อย่าง

 


ซอสซีอิ้ว พริกและหัวหอม อร่อยแบบน้ำจิ้มโชหยุแบบเกาหลี
 

 


น้ำจิ้มแจ้ว เพิ่มตัวเลือกให้คนชอบรสไทยๆ

          ถึงแม้ประสบการณ์การกินหมูย่างเกาหลีจะมีไม่เยอะนัก แถมไม่ค่อยรู้เรื่องน้ำจิ้มอะไรมากนัก แต่ขอบอกว่าน้ำจิ้มที่ร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi) นี้โคตรเด็ด! โดยเฉพาะน้ำจิ้มเต้าเจี๊ยวที่รสออกเค็มๆ และมีกลิ่นเฉพาะของเต้าเจี๊ยวลอยแตะจมูกอยู่เรื่อยๆ และซอสซีอิ๊วและหัวหอม น้ำซอสสีดำดูไม่น่าไว้ใจ แต่ขอบอกว่าเด็ดเวอร์ และเป็นซอสสูตรต้นตำรับอีกด้วย เป็นโชหยุแบบเกาหลี รู้แบบนี้ต้องลอง ทางร้านได้แนะนำว่าควรจุ่มหมูย่างกับซอสซีอิ๊วและหัวหอมก่อน จากนั้นก็ไปจุ่มเต้าเจี๊ยวอีกครั้ง อยากจะบอกว่าฟินสุดๆ เพราะเต้าเจี๊ยวที่เข้มข้นอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มรสชาติไปอีกกับซอสซีอิ๊ว คงไม่ต้องบรรยายว่าหมูชิ้นนั้นมันอร่อยแค่ไหน ส่วนน้ำจิ้มแจ้วอาจจะไม่แจ๋วอย่างที่คิด เพราะค่อนข้างจืด และซอสพริกก็ไม่เผ็ดอย่างชื่อบอก แต่อาจจะเผ็ดแบบเกาหลี แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีค่ะที่มีน้ำจิ้มให้เลือกมากถึง 4 แบบ 4 รสชาติ

 

เครื่องเคียง

          ขอออกตัวก่อนเลยว่าประสบการณ์การกินอาหารเกาหลีมีไม่มากนัก แถมไปกินร้านแนวนี้ทีไรก็เซย์กู้ดบายกับกิมจิตลอด เน้นเนื้อ และข้าวเป็นหลัก แต่ที่ร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi) เขาจัดเต็มเรื่องเครื่องเคียง จะกินหมูอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเติมผักไปหน่อย และกินอาหารอื่นๆแก้เลี่ยนด้วย

 

         
หมูชุบไข่ทอด

 


ผัดถั่วงอก

 


พริกหยวก

 


ผัดวุ้นเส้นสไตล์เกาหลี

 


ขึ้นฉ่ายทอด

 


บร็อคโคลีต้มพร้อมซอสพริก

 


สลัดผักกะหล่ำปลี

 


กิมจิ

 

          วันที่ไปกินมีเครื่องเคียงประมาณเท่านี้ค่ะ อาจจะน้อยหรือมากกว่าในเมนูที่บอกไว้ขึ้นอยู่กับวัน และเวลาค่ะ วันที่ไปอยากลองข้าวปั้นแบบเกาหลีมากเลยเพราะเห็นบนเมนู แต่วันนั้นคงหมดแล้วหรืออาจจะไม่ทำในช่วงเวลานั้น แล้วแต่ดวงค่ะว่าจะเจอเครื่องเคียงอะไร แต่รับรองว่าได้เจอกิมจิแน่นอน แต่ที่ลองไป 2 อย่างก็อร่อย และแก้เลี่ยนจากหมูย่างได้ดีเลยคือ ผักโขมผัดน้ำมันงา ที่ไม่มันเลย และก็ใช้ได้ แก้เลี่ยนได้ดีค่ะ ส่วนหมูชุปไข่อาจจะอดน้ำมันไปสักนิด แต่เนื้อหมูก็มีรสชาติอยู่แล้ว ติดตรงที่มันไปหน่อย

         

ข้าวผัดกิมจิ

          ด้วยความที่ติดนิสัยชอบกินหมูย่างกับข้าวเหนียว มากินอาหารเกาหลีรอบนี้จะถามว่ามีข้าวเหนียวไหมก็คงจะดูไม่ดี (มาก) เลยสั่งข้าวมากินแทนดีกว่า แต่ไม่ง่ายแบบนั้นนะสิค่ะ เพราะที่ร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi)มีข้าวให้เลือกมากถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสวย, ข้าวยำทูน่า และข้าวผัดกิมจิ หากเป็นข้าวสวย (แบบเกาหลี) คงจะมาในปริมาณไม่เยอะนัก แต่รอบนี้หิวเลยสั่งข้าวผัดกิมจิ ราดด้วยไข่ดาวมาลองหน่อยละกัน!

 


มาในปริมาณที่เยอะอยู่ สั่งจานเดียวแชร์ได้หลายคน

 


ข้าวผัดกิมจิพร้อมด้วยไข่ดาว ได้ทั้งประโยชน์ และความอร่อย
 

          อยากจะตะโกนดังๆว่า “อร๊อยอร่อย” แม้โดยส่วนตัวจะไม่ใช่คนชอบกินกิมจิ เพราะคิดว่ารสชาติออกเปรี้ยวๆแบบนั้นไม่เห็นจะอร่อยเลย คิดในใจว่าเมื่อกินกับอะไรก็ไม่อร่อย แต่เมื่อได้กินข้าวผัดกิมจิจานนี้ไป ไม่อยากจะบอกว่ารีบเดินไปตักกิมจิมากินเพิ่มเลยค่ะ ข้าวจะออกเค็มหน่อยๆ มีรสชาติกำลังดี แต่ไม่ได้มีกลิ่นหรือรสชาติของกิมจิที่แรงขนาดนั้น แต่เด่นรสชาติของเต้าเจี้ยว และส่วนผสมต่างๆเช่น กิมจิ และหัวหอม โดยรวมแล้วอร่อยค่ะ ถือว่าไม่ผิดหวังที่สั่งจานนี้มา

 

เตาปิ้ง

          ก่อนจะโชว์รูปหมูย่างให้ดูกัน ให้อยากจนน้ำลายสอ และจนแทบเปิดไลน์นัดเพื่อนไม่ทัน ก่อนอื่นต้องมาดูอุปกรณ์การย่างของที่ร้านก่อนค่ะ (ห้ามเลื่อนข้ามนะ!) จะกินหมูย่างจะขาดเตาปิ้งได้ไงใช่ไหมเธอ แต่บอกก่อนเลยว่าเตาปิ้งที่นี้มาพร้อมกับคนปิ้งนะจ้ะ ส่วนเราก็นั่งอ้วน และกินอย่างสบายใจเฉิบ

 


มาแบบร้อนๆ พร้อมปิ้งทันที สุกในทันควัน

 


ตาลุกวาวด้วยไข่ตุ๋นกิมจิ รสชาติเข้มๆ อร่อยแบบเพลินๆ
 


ไข่ตุ๋นคนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความนุ่ม และรสกิมจิแบบเกาหลีแท้ๆ

 


ถ้าจะกินต้องกินให้สุด เพิ่มระดับความฟินด้วยชีสเยิ้ม เค็มแต่อร่อย

 

          ถ้าคุ้นชินกับการกินหมูย่างเกาหลีจะรู้ว่าที่ร้านสไตล์นี้จะมีการเปลี่ยนตะแกรง และเตาให้ตลอด เปลี่ยนซะจนเราก็เกรงใจกลัวจะต้องเสียเวลาล้างเยอะ แต่ก็แอบนับอยู่ในใจว่าพี่พนักงานจะเปลี่ยนตะแกรง และเตาให้กี่ครั้ง ผลคือเปลี่ยนตะแกรงให้ 4 ครั้ง และเตาอีก 1 ครั้ง เพิ่มไข่ตุ๋นอีก 1 รอบเจ้าค่ะ! เปลี่ยนเยอะมาก และที่บอกไปตอนต้นว่าแถมคนปิ้งให้ด้วย คนปิ้งที่ว่าคือพี่พนักงานค่ะ ตั้งแต่แนะนำอาหาร นำมาเสิรฟ์ วางหมูลงบนเตา ย่าง และตัดให้เสร็จสรรพ บอกเลยว่าประทับใจมาก ขนาดแฟนยังไม่ทำขนาดนี้เลยอ่ะ! ชอบค่ะ ทั้งการเปลี่ยนเตา และการบริการแบบทั่วถึง แถมหมูที่พี่พนักงานย่างให้อร่อยกว่าย่างเองเป็นไหนๆ

 

หมูย่าง

          ของดีต้องเก็บไว้ท้ายสุดจริงไหมค่ะคุณผู้อ่าน อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่าบุฟเฟต์หมูย่างสามารถสั่งได้เฉพาะหมูที่กำหนดมาแล้ว ส่วนหากใครเป็นสายเนื้อก็ต้องเสียเงินเพิ่มค่ะ แต่แค่หมูอย่างเดียวก็อิ่มแล้ว เจอข้าวไปอีกอิ่มจนใกล้จะหลับคาเตา ทีมงาน RyoiiReview เลยขอสั่งหมูมาทุกแบบเลยทั้ง ซี่โครงหมูหมัก, หมูสามชั้น, คอหมู และสันคอหมัก ยกเว้นหนังหมู และตับหมูค่ะ (ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว และไม่กินเครื่องในสัตว์ค่ะ)

 


อลังการงานสร้าง กระตุ้นต่อมความหิวขึ้นมาทันที

 


สันคอหมู และหมูสามชั้น ยิ่งย่างยิ่งอร่อย

 


หมูหมักซอส นุ่มๆ นิ่มๆ อร่อยจนไม่อยากแบ่งใคร

 


ซี่โครงหมูหมัก กินได้ทั้งชิ้นเพราะไม่มีกระดูก หมักซอสสูตรเด็ด อร่อยทุกคำ

 

ถ้ามาที่นี้อย่าห่วงเรื่องอ้วน และอย่านับแคลเลอรี่กันนะค่ะสาวๆหนุ่มๆ ขอแค่แฮปปี้กับการกินก็พอแล้ว เรื่องน้ำหนักช่างมันค่อยว่ากันเนอะ!

          ดูของสดไปพอสมควรแล้ว คราวนี้มาดูตอนย่างกันบ้าง รับรองน้ำลายสอแน่!

 


เลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรก่อนดี จะหมูหรือไข่ก็อร่อยทั้งนั้น

 


แข่งกันสุก แข่งกันเดือด แต่รับรองว่ากินหมดไม่เหลือนะจ้ะ

 


ซูมเน้นๆ ให้เห็นว่าอาหารมื้อนี้ฟินแค่ไหน!

 


อ่ะๆ อย่าลืมชีสนะทุกคน เยิ้มๆแบบนี้เจ๊ช๊อบชอบ

 

          อะแฮ่มๆ แค่ดูรู้ก็อร่อยแล้วเนอะ แต่ขอบอกเลยว่าของจริงอร่อยกว่านี้เยอะ แต่หมูที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นสันคอหมู และซี่โครงหมูหมักค่ะ เพราะกินแล้วมันดี นุ่มๆด้วย ยิ่งจุ่มกับซอสโชหยุแบบเกาหลี ตามด้วยซอสเต้าเจี้ยวอีกรอบ บอกเลยว่าอร่อยมากค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบเค็มก็คงต้องทำใจหน่อย เพราะพื้นฐานรสชาติของร้านนี้ค่อนข้างเน้นหนักไปทางเค็มหน่อยๆ อาจจะแก้ด้วยจุ่มซอสแบบเบามือหรือกินหมูย่างพร้อมข้าวสวยก็อร่อยอีกแบบหนึ่งค่ะ แต่สิ่งสำคัญในการกินปิ้งย่างหมูเกาหลีคือ ต้องรีบกิน มิฉะนั้นแล้วหมูจะแข็ง โดยเฉพาะหมูสามชั้น และแห้งจนไม่อร่อยค่ะ รีบกินตอนร้อนๆจะอร่อยที่สุด ส่วนไข่ตุ๋น และชีสก็รีบกินเช่นเดียวกันค่ะ กินตอนที่กำลังสุกดีกว่ากินตอนที่มันสุกเกินไป หากกินเร็วๆก็จะได้ไข่ตุ๋นที่ฟู และนุ่ม แต่ถ้ากินช้าจะข้นๆ และแห้งๆเพราะโดนความร้อนอยู่ตลอดเวลา และถ้ารีบกินชีสได้ด้วยก็ยิ่งดีค่ะ จะได้สัมผัสความหอม และรสชาติของมันตอนที่ยังไม่แข็งจนติดเตาปิ้ง

 

การเดินทาง

          การเดินทางมาที่ร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi) สาขาพระโขนงมาไม่ยาก แต่ติดตรงที่รถติด การจราจรหนาแน่นเกือบทั้งวัน แต่ถ้าอยากกินของอร่อยต้องยอม และทำใจค่ะ โดยร้านตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท 31 บริเวณหัวมุมซอยปรีดี พนมยงค์3 (เป็นซอยที่ห้ามเลี้ยวเข้าค่ะ ให้รถออกอย่างเดียว)

 

        แนะนำว่าหากท่านใดมาด้วยรถส่วนตัว ให้ไปจอดที่ W District อยู่ติดถนนสุขุมวิท ใกล้ๆกับบีทีเอสพระโขนง โดยเสียค่าจอดชั่วโมงละ 20 บาทค่ะ (หากบอกทางร้านว่าไปจอดรถที่ W District พร้อมโชว์บัตรจอดรถ ทางร้านจะให้ช่วยออกค่าที่จอดให้ 20 บาทค่ะ!) เมื่อจอดเสร็จให้เดินไปตามถนนสุขุมวิท เมื่อเจอแยกให้เลี้ยวซ้ายเพราะเส้นนั้นคือถนนสุขุมวิท 71 แล้ว เดินไปไม่เกิน 100 เมตรก็จะเจอร้านแล้วค่ะ อยู่บริเวณหัวมุม ติดกับวินมอเตอร์ไซค์

 

         แต่ถ้าหากท่านใดชินเส้นทางบริเวณนั้นอยู่แล้ว ก็สามารถไปที่ร้านโดยเข้าซอยสุขุมวิท 69 (ซอยไปรษณีย์พระโขนง) ขับทะลุไปก็จะมีทางเชื่อมกับซอยปรีดี พนมยงค์3 (ถ้ามาโดยมอเตอร์ไซค์ก็สามารถมาจอดบริเวณข้างร้านได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นรถส่วนตัวก็ต้องลองเสี่ยงดูว่าบริเวณนั้นจอดได้ไหม)


แผนที่มาร้าน มาโปคัลบี สาขาพระโขนง (Mapogalbi)

แต่ถ้าท่านใดโดยสารมาด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสก็ง่าย และสะดวกค่ะ โดยเลือกออกทางออกที่ 3 และเดินมาตามทางที่บอกไว้ข้างต้น

SPONSORED

การประเมิน และให้คะแนน

 

รูปแบบของการประเมิน

คะแนน

รสชาติอาหาร

4.5

บรรยากาศ

3.5

การบริการ

5

ความคุ้มค่า

4

คะแนนเฉลี่ย

4.25

 


 


ไม่มีค่า Service Charge และ VAT

 

          ในยุคที่ราคาบุฟเฟต์ต่อหัวเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 399, 499 หรือ599 บาท น้อยครั้งที่จะเจอร้านที่ยังคงไว้ในราคา 249 บาท และ 299 บาท แถมได้กินบุฟเฟต์นานถึง 90 นาที หลังจากที่รับประทานอาหารที่ร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi) สาขาพระโขนงก็รู้เลยว่าในบุฟเฟต์ราคา 249 และ 299 บาท แต่คุณภาพ และการบริการเกินสามร้อย ในเรื่องของบริการขอชมค่ะ และขอบอกว่าประทับใจมากที่พนักงานดูแลอย่างทั่วถึง ไม่เพียงเฉพาะโต๊ะเราแต่โต๊ะอื่นๆด้วย ทั้งแนะนำ ทั้งปิ้ง และตัดเนื้อเป็นชิ้นๆให้เหมือนคุณแม่ หายากค่ะในยุคนี้ ถ้าไม่ใช่คนรักการบริการจริงทำได้ยาก แถมไม่มีค่า Service Charge ด้วย (ซึ่งถ้ามีให้จ่ายก็จะจ่าย แถมไม่บ่นด้วย เพราะบริการดีจริงๆ) แถมหากจอดรถที่ W District พร้อมโชว์บัตรจอดรถให้ทางร้านดู ทางร้านก็จะช่วยออกค่าจอด 20 บาท ในส่วนนี้พูดเลยว่าอึ้ง และทึ่งมากค่ะ! ไม่เคยเห็นที่ไหนทำแบบนี้ และเชื่อว่าไม่มีที่ใดทำด้วย ประทับใจไม่รู้ลืม

          ส่วนเรื่องคุณภาพของเนื้อหมู และอาหารโดยรวมถือว่าออกมาในระดับที่น่าประทับใจ ข้าวผัดกิมจิอร่อย ส่วนหมูย่างก็อร่อยไปตามท้องเรื่อง และมีการเปลี่ยนตะแกรง และเตาให้ตลอดเวลาชั่วโมงครึ่งที่รับประทาน ส่วนรสชาติถามว่าต้นตำรับแท้หรือไม่ อันนี้ตอบไม่ได้ค่ะไม่เคยไปกินที่เกาหลี แต่ถ้าถามว่าถูกปากไหม บอกเลยว่าถูกปากมาก ทั้งไข่ตุ๋น และชีสที่ได้ใจทีมงานไปเลยเต็มๆ

          ถ้าท่านผู้อ่านคนไหนสนใจอยากไปลองว่าอร่อยอย่างที่ทีมงานบอกไหม ต้องรีบไปเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวรถติด (เพราะติดอยู่แล้ว) และไม่ต้องกลัวว่าจะหาที่จอดไม่ได้ (ต้องเสี่ยงดวงเรื่องที่จอดอยู่แล้ว เพราะ W District มีที่จอดแค่ 2 ชั้น) รับรองว่าจะประทับ และอยากไปกินไข่ตุ๋นกิมจิ พร้อมหมูย่างเนื้อนุ่มที่ร้านมาโปคัลบี (Mapogalbi) สาขาพระโขนง อีกแน่นอน

 

180.00 - 600.00 บาท
Rating Distribution
รสชาติอาหาร
4.50
การบริการ
4.50
ความสะอาด
4.00
ตกแต่งสถานที่
2.70
ราคาเหมาะสม
4.50
ที่อยู่ :
185 ถนนสุขุมวิท 71 (สาขาในแผนที่) เเละ สาขา พระโขนง (ปรีดีพนมยงค์ซอย3) กรุงเทพฯ ต. พระโขนงเหนือ อ. เขตวัฒนา จ. กรุงเทพมหานคร ประเทศ Thailand
เบอร์ติดต่อ :
02-381-1931
ช่วงเวลา :
สาขาในเเผนที่ 12.00 -03.00 น.
สาขา พระโขนง (ปรีดีพนมยงค์ซอย3)17.00-03.00 น.
ช่วงราคา :
180.00 - 600.00 บาท
ที่จอดรถ :
ไม่มี
รับบัตรเครดิต :
ไม่มี
รับจองล่วงหน้า :
มี

TOP