รีวิว Teppen Yakiniku (เท็ปเป็นยากินิกุ) ปิ้งย่างเนื้อวากิวสไตล์ญี่ปุ่นสุดพรีเมียม และสลัดบาร์ทานได้ไม่อั้นในย่านทองหล่อ

          ใครที่กำลังคิดถึงรสชาติความอร่อยของเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ ครั้งนี้ขอพาไปทานเนื้อย่างให้หายคิดถึงกันที่ร้าน Teppen Yakiniku ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นสุดพรีเมียมในย่านทองหล่อ ร้านในเครือ Teppen Bangkok ร้านอาหารส่งตรงมาจากญี่ปุ่นที่ครองใจคนรักอาหารญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน

          และสำหรับร้าน Teppen Yakiniku นี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะทางร้านจัดเต็มเมนูเนื้อย่างวากิวคุณภาพดีหมักซอสจนเนื้อนุ่มในแบบที่สายเนื้อต้องประทับใจ การันตีความอร่อยด้วยการดูแลจากเชฟชาวญี่ปุ่นทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังเอาใจสายสุขภาพจัดเต็มบุฟเฟ่ต์สลัดบาร์ทานได้ไม่อั้น

          ซึ่งในวันนี้ Ryoiireview ได้แวะทานปิ้งย่างเนื้อวากิวกันที่ร้าน Teppen Yakiniku สาขา The Taste Thonglor ทองหล่อ 11 ที่มาพร้อมบรรยากาศการบริการของพนักงานอันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน Teppen ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ อีกด้วยค่ะ

 

Teppen Yakiniku ปิ้งย่างเนื้อวากิวสไตล์ญี่ปุ่นสุดพรีเมียม

 

การเดินทาง

         ร้าน Teppen Yakiniku สาขานี้จะตั้งอยู่ในโครงการ The Taste Thonglor ปากซอยทองหล่อ 11 (ซอยสุขุมวิท 55) ค่ะ ตัวร้านหาไม่ยาก เพราะตั้งอยู่หน้าโครงการเลยค่า สำหรับใครที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ สามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีทองหล่อ (ทางออก 3) ตัวโครงการจะอยู่ห่างจาก BTS ประมาณ 1 กม. ค่ะ

 

 

         ส่วนคนที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถมาได้ 2 เส้นทาง คือ มาจากถนนเพชรบุรีค่ะ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 55 และขับตรงประมาณ 1.5 กม. ให้กลับรถ โครงการจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ หรือถ้ามาจากทางถนนสุขุมวิท ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 55 เช่นเดียวกัน แต่ขับมาเพียง 1 กม. ก็จะเจอโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

         สำหรับใครที่ต้องการที่จอดรถ ให้จอดที่โครงการ The Taste Thonglor ได้เลย จอดฟรี 15 นาทีแรก แต่ถ้ามีตราประทับจากทางร้าน จอดฟรี 3 ชม. ค่ะ (ในกรณีไม่มีตราประทับ ชม. ละ 100 บาท)

 

บรรยากาศร้าน

         สำหรับร้าน Teppen Yakiniku สาขานี้เมื่อมาถึงโครงการ The Taste Thonglor แล้วต้องบอกว่ามองหาไม่ยากเลยค่า เพราะตัวร้านด้านนอกจะรายล้อมด้วยกระจกใส ทำให้ตัวร้านดูโดดเด่นมองเห็นได้ง่าย และเมื่อเข้าไปภายในร้านแล้วก็จะได้เห็นบรรยากาศที่ผสมผสานทั้งความเรียบหรู แต่ยังมีความสบายๆ ด้วยกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอยู่บ้างค่ะ สำหรับตัวร้านจะเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก โทนสีภายในร้านจึงจะเห็นเป็นสีไม้ควบคู่มากับสีดำค่ะ

 

 

         สำหรับพื้นที่ภายในร้านจะมีทั้งหมด 2 ชั้นค่ะ ชั้น 1 จะเป็นโซนครัวและมีที่นั่งให้เลือกประมาณ 8 โต๊ะ นั่งได้โต๊ะละประมาณ 4 ท่านค่ะ ส่วนชั้น 2 จะเป็นโซนมาร์เก็ตที่ทางร้านนำสินค้าต่างๆ มาวางขาย เช่น ผักออร์แกนิก ฯลฯ และห้อง Private ขนาดกลาง (รองรับได้ประมาณ 10 ท่าน) ทั้งหมด 3 ห้องค่ะ 

         แต่ความโดดเด่นที่นอกเหนือจากการตกแต่งภายในร้านแล้ว ก็ต้องยกให้การบริการของทางร้านเลยค่ะ ที่ทำให้ร้านดูมีความเป็นญี่ปุ่นและชวนประทับใจสุดๆ เพราะพนักงานจะต้อนรับและบอกลาเราด้วยภาษาญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนไปนั่งทานอาหารอยู่ญี่ปุ่นเลยค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้ว่าบรรยากาศร้านจริงๆ จะเป็นอย่างไร สามารถลองตามไปที่ร้านกันได้นะคะ

 

 

เมนูและราคาอาหาร

         นอกจากบรรยากาศจะมีความเป็นญี่ปุ่นสุดๆ แล้ว เมนูของทางร้านก็มาในสไตล์ญี่ปุ่นเช่นเดียวกันค่ะ สำหรับเมนูของร้าน Teppen Yakiniku จะเน้นเป็นเมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแบบ A La Carte ค่ะ โดยเนื้อของทางร้านจะเป็นเนื้อวากิวหมักซอสปรุงรสชาติในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ และดูแลโดยเชฟชาวญี่ปุ่นทุกขั้นตอน เมนูเนื้อของที่นี่จึงรับประกันได้เลยว่าเสิร์ฟออกมาในสไตล์ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับเลยค่ะ หรือถ้าใครไม่ถนัดทานเนื้อวัว ทางร้านก็ยังมีเมนูหมูและไก่พรีเมียม พร้อมด้วยเมนูสไตล์ญี่ปุ่นอื่นๆ ทั้งซุป ราเมง และของหวานค่ะ

 

ทุกเมนูดูแลโดยเชฟชาวญี่ปุ่น

 

บุฟเฟ่ต์สลัดบาร์ทานได้ไม่อั้น

         นอกจากเนื้อวากิวคุณภาพดีที่น่าจะถูกใจสายเนื้อเป็นพิเศษแล้ว ทางร้านยังเอาใจคนรักสุขภาพด้วยโซนสลัดบาร์ให้ลูกค้าเลือกทานได้ไม่อั้น โดยจะมีทั้งผักกาดหอม แครอท หัวหอม ข้าวโพด เห็ด และมะเขือเทศ ฯลฯ พร้อมด้วยน้ำสลัดแครอท น้ำสลัดหัวหอม และน้ำสลัดยูสุค่ะ

 

 

Lunch Set

         สำหรับเมนูของทางร้านจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ เมนูอาหารกลางวัน ช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ทางร้านจะเสิร์ฟเป็นเซต โดยจะมีให้เลือก 2 เซต คือ Set A รีฟิลข้าว และ Set B เสิร์ฟพร้อมเต้าหู้ (สั่งได้ครั้งเดียว) แต่ทั้ง 2 เซตจะได้รีฟีลชาเขียว เครื่องเคียง และบุฟเฟ่ต์สลัดบาร์แบบไม่อั้นค่ะ

         ส่วนตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป จะไม่มีอาหารเซต แต่ยังมีบุฟเฟ่ต์สลัดบาร์ทานได้ไม่อั้นอยู่ค่ะ

 

 

Wagyu Yakisuki ราคา 390 บาท

         ขอเริ่มต้นกันด้วยเมนูยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่นของทางร้านอย่าง Wagyu Yakisuki เมนูนี้ทางร้านเลือกใช้เนื้อวากิว A5 เกรดพรีเมียม หมักด้วยซอสสไตล์ญี่ปุ่นสูตรของทางร้าน เสิร์ฟมาในจานพิเศษที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟ พร้อมด้วยไข่ไก่สด Teppen Premium

 

 

         เมนูนี้เชฟแนะนำให้ย่างไม่ต้องนานมากนะคะ เพราะเนื้อสไลซ์มาค่อนข้างบางเลย แนะนำว่าแค่นำเนื้อสะบัดลงไปบนเตากลับด้านสัก 2-3 ครั้งก็เพียงพอค่ะ ถ้าย่างในลักษณะนี้เนื้อก็จะสุกพอดีทานค่ะ หลังจากย่างจนสุกได้ที่แล้ว ก็ให้นำมาจุ่มกับไข่ไก่สดที่ทางร้านเสิร์ฟมาได้เลย คำนี้รับรองว่าประทับใจกันแน่นอนค่ะ

 

ม้วนเนื้อเป็นชิ้นพอดีคำและนำไปจุ่มไข่ไก่สดของทางร้าน

 

Shape of Wagyu ราคา 1,200 บาท

         ถัดมากับเมนูที่สายเนื้อทุกคนต้องลองสั่งค่ะ สำหรับเมนู Shape of Wagyu นี้บอกเลยว่าคุ้มค่ามากกก เพราะสั่งเพียงเมนูเดียวก็จะได้ทานเนื้อวัวถึง 9 ส่วน คือ Thicked Gyutan (ลิ้นวัวส่วนต้น) Gyutan (ลิ้นวัวส่วนกลาง) Rosu (เนื้อสันคอ) Harami (เนื้อส่วนท้อง) Sansakubara (ซี่โครงสันคอ) Nakaochi Karubi (เนื้อร่องซี่โครง) Sirloin (สันนอก) Ichibo (สะโพก) และ Flat Loin (เนื้อสะโพกใน) พร้อมด้วย Teppen Kaidon หรือไข่ดองที่ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีให้ออกมาเป็นเนื้อเจลลี่ค่ะ

 

เสิร์ฟมาในภาชนะรูปวัว

 

         สำหรับเนื้อทั้ง 9 ส่วนในเมนูนี้ ทางร้านจะนำมาหมักด้วยซอสสไตล์ญี่ปุ่นสูตรของทางร้านจนเข้าเนื้อ และนำมาเสิร์ฟในจานรูปวัว ทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นได้เลยว่าเนื้อชนิดไหนเป็นส่วนไหนในตัววัวค่ะ เมนูนี้แนะนำว่าย่างเสร็จแล้วให้ทานคู่กับไข่ดองของทางร้านเลย

         สำหรับเซตในวันนี้ทางร้านจะเสิร์ฟมาแบบ Full Body ราคา 1,200 บาทค่ะ แต่ถ้าใครอยากทานแบบเบาๆ ก็ยังมีแบบ Half ราคา 600 บาทค่ะ

 

ทานคู่กับไข่ดองเจลลี่

 

Sirloin ราคา 480 บาท

         หลังจากชิม Shape of Wagyu แบบจัดเต็มกันไปแล้ว ใครยังติดใจส่วนไหนเป็นพิเศษ ทางร้านก็มีให้เลือกสั่งแต่ละส่วนแยกได้อีกนะคะ สำหรับเมนูที่แนะนำให้สั่งก็ต้องตัว Sirloin หรือส่วนสันนอก สำหรับส่วนนี้จะมีไขมันเยอะเป็นพิเศษค่ะ ในเรื่องรสชาติก็ต้องบอกว่าไม่มีผิดหวัง เพราะทางร้านหมักด้วยน้ำซอสสูตรของทางร้านจนเข้าเนื้อ จะทานคู่กับน้ำจิ้มก็ดี หรือจะทานเพียวๆ เลยก็ได้ค่ะ

 

แต่ละชิ้นจะมีไขมันแทรกทั้งชิ้น

 

Wagyu Karubi ราคา 290 บาท

         ถัดมาอีกหนึ่งเมนูแนะนำอย่าง Wagyu Karubi หรือส่วนร่องซี่โครงค่ะ ตัวนี้จะหมักซอสสูตรของทางร้านแบบดียวกับตัว Sirloin แต่จะมีความเป็นเนื้อแดงมากกว่า และไขมันจะน้อยกว่าค่ะ เมนูนี้ทานแล้วเนื้อจะนุ่มกว่า Sirloin เล็กน้อยค่ะ

 

หมักซอสแบบชุ่มฉ่ำเข้าเนื้อ

 

น้ำจิ้ม

         สำหรับน้ำจิ้มของทางร้านจะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ แบบ Lemon Sauce รสเปรี้ยวเผ็ดสไตล์เกาหลี, Yakiniku Sauce ซอสปิ้งย่างสูตรต้นตำรับ และน้ำจิ้มโชยุค่ะ ใครที่ชอบสไตล์ไหนก็ลองจิ้มกันได้ หรือจะนำตัว Lemon Sauce มาผสมกับ Yakiniku Sauce ก็ได้นะคะ จะได้รสชาติแปลกใหม่น่าลองค่ะ

 

Lemon Sauce

Yakiniku Sauce

 

Wagyu Yukke ราคา 450 บาท

         อิ่มอร่อยกับเมนูปิ้งย่างกันไปแล้ว ขอแนะนำเมนูที่น่าจะถูกใจสายเนื้อเป็นพิเศษอีกหนึ่งเมนูอย่าง Wagyu Yukke หรือยำเนื้อดิบค่ะ ตัวเนื้อของเมนูนี้จะหั่นมาเป็นเส้นเล็กๆ และหมักด้วยซอสของทางร้าน ท็อปด้วยไข่แดงสด ตอนทานแนะนำว่าให้คลุกไข่แดงให้เข้ากับตัวเนื้อได้เลยค่ะ หรือถ้าใครไม่ถนัดทานแบบดิบๆ ก็สามารถแจ้งให้ทางร้านเบิร์นก่อนเสิร์ฟได้นะคะ

 

คลุกเคล้ากับไข่แดงให้เข้ากับตัวเนื้อก่อนทาน

 

Gyutan Steak ราคา 450 บาท

         ตามมาด้วยอีกหนึ่งเมนูแนะนำของทางร้านที่บอกเลยว่าห้ามพลาด! เมนูนี้ในแต่ละวันจะเสิร์ฟในปริมาณจำกัดนะคะ เพราะเป็นเมนูที่ทางร้านเลือกใช้เนื้อวัวส่วนต้น ส่วนที่มีไขมันแทรกมากที่สุด และหลังจากได้ลิ้นวัวส่วนที่อร่อยแล้ว ทางร้านจะนำมาบ่มถึง 6 ชั่วโมงเพื่อให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ เมนูนี้จึงเป็นเมนูที่ใช้เวลาทำค่อนข้างนาน แต่แลกมากับการที่ได้ลิ้นวัวที่มีทั้งความนุ่มเด้ง เคี้ยวแบบเพลินๆ กันไปเลยค่ะ

 

 

         สำหรับเมนูนี้ใน 1 จานจะเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว ซอสไข่ไก่ดิบ เคียงคู่มากับหอมเจียวเพิ่มความกรุบกรอบอีกเล็กน้อยค่ะ

 

ลิ้นวัวนุ่มๆ ทานคู่กับไข่แดงหวานหอมมัน

 

Reimen By Morioka Style ราคา 270 บาท

         เต็มอิ่มกับเมนูเนื้อกันไปแล้ว ขอพาไปดูเมนูเบาๆ กันบ้างค่ะ กับเมนู Reimen By Morioka Style หรือราเมงเย็น สไตล์มิโอกะค่ะ ในหนึ่งชามจะจัดเต็มเส้นราเมงเหนียวนุ่ม ในน้ำซุปเย็นๆ แต่รสชาติกลมกล่อม พร้อมด้วยผักดองนานาชนิดสไตล์ญี่ปุ่น ท็อปด้วยไข่ไก่ต้มสุกค่ะ

 

จุดเด่นของเมนูนี้อยู่ตรงเส้นเหนียวนุ่มเลยค่ะ

 

Silky Mont Blanc - Purple sweet potato ราคา 480 บาท

         ปิดท้ายกันไปด้วยของหวานแสนอร่อยที่นิยมในญี่ปุ่นและฝรั่งเศสเป็นอย่างมากค่ะ สำหรับเมนูนี้ทางร้านจะเลือกใช้มันหวานเรียงร้อยให้ออกมาเป็นเส้นไหม ด้านล่างจัดเต็มทั้งขนมปัง เค้ก ครีม และไอศกรีมวานิลลาค่ะ แต่ตัว Mont Blance ของทางร้านจะมีความแตกต่างจากร้านอื่นๆ ตรงที่จะไม่ได้เสิร์ฟเป็นชิ้นเล็กๆ แต่จะเสิร์ฟมาในกล่องไม้สุดเก๋มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้าน หาทานได้ที่นี่เท่านั้นค่ะ

 

ชั้นล่างอัดแน่นด้วยขนมหวานนานาชนิด

 

สรุปรสชาติอาหาร

Wagyu Yakisuki : ตัวเนื้อสไลซ์มาบาง ชิ้นยาว มีความนุ่มมาก ไม่เหนียว รสชาติซอสจะออกเค็มหวานกลมกล่อม ทานคู่กับไข่แดงจะมีความหอมมันของไข่แดงเพิ่มเข้ามาในแต่ละคำ เมนูนี้เป็นหนึ่งเมนูที่ขอแนะนำให้ลองเลยค่ะ

Shape of Wagyu : เมนูนี้ในหนึ่งจานจะได้ทานหลายๆ ส่วน ส่วนตัวประทับใจส่วนลิ้นวัวที่มีความนุ่มเด้งมีเท็กซเจอร์ให้เคี้ยวเช่นเดียวกับ Nakaochi Karubi ซึ่งเป็นส่วนที่มีไขมันแทรกตลอดชิ้น แต่ถ้าใครชอบเนื้อชิ้นบางๆ ขอแนะนำ Flat Loin ที่สไลซ์มาบางกำลังดี เนื้อนุ่ม ทานแล้วได้รสชาติซอสหวานเค็มชัดเจนมากๆ แต่สำหรับ Harami อาจจะเป็นเนื้อที่มีความหนากว่าส่วนอื่นๆ จึงอาจจะทำให้เหนียวไปนิดค่ะ ส่วนตัวไข่แดงจะมีความมัน ดองจนไข่แดงเกาะเป็นชิ้น ทานคู่กับเนื้อแล้วจะมีความมันหอมดีเลยค่ะ

Sirloin : สำหรับเนื้อส่วนนี้จะเป็นส่วนที่มีไขมันแทรกค่อนข้างเยอะ เนื้อจึงค่อนข้างหนึบ มีเท็กซเจอร์ให้เคี้ยวเยอะไปนิดค่ะ แต่ถ้าใครชอบเนื้อที่สัมผัสแน่นๆ ก็อาจจะชอบค่ะ

Wagyu Karubi : ส่วนนี้จะมีความเป็นเนื้อแดงเยอะ และไขมันน้อยเมื่อเทียบกับ Sirloin ค่ะ แต่จะมีความนุ่มกว่า รวมถึงหมักซอสเข้าเนื้อดีเลย ทานแล้วได้รสหวานเค็มกลมกล่อมแบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลยค่ะ

Wagyu Yukke : ตัวเนื้อมีเท็กซเจอร์กรุบกรอบ ชิ้นเล็กๆ ทานง่ายเลยค่ะ ส่วนรสชาติทานแล้วจะได้กลิ่นของเนื้อชัดควบคู่กับมากับกลิ่นหอมงา ทานคู่กับตัวไข่สดแล้วจะมีทั้งความมัน ความหอมในคำเดียวเลยค่ะ ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจเมนูนี้เป็นพิเศษเลย ใครที่ยังไม่เคยทานเมนูลักษณะนี้ก็สามารถทานได้ เพราะทางร้านทำออกมารสชาติดีทานง่ายค่ะ

Gyutan Steak : ลิ้นวัวแต่ละชิ้นมีความนุ่มเด้งในคำเดียว มีสัมผัสให้เคี้ยวแต่ไม่เหนียวค่ะ อีกทั้งยังหั่นมาชิ้นพอดีคำ ส่วนน้ำจิ้มแจ่วจะเน้นเป็นรสหวาน ไม่ออกเผ็ด แต่ก็ช่วยเพิ่มรสชาติของเมนูนี้ได้ดีค่ะ

Reimen By Morioka Style : จุดเด่นของเมนูนี้จะอยู่ตรงเส้นราเมงที่มีความเหนียวนุ่มดีมาก ส่วนตัวประทับใจค่ะ สำหรับน้ำซุปจะมีกลิ่นขิงและมีรสชาติของกิมจิเล็กน้อยค่ะ เมนูนี้ค่อนข้างคุ้มค่า เพราะราคาไม่แพงและมีปริมาณเยอะค่ะ

Silky Mont Blanc - Purple sweet potato : ตัวเส้นไหมจะมีความหอมหวานมันม่วงเป็นเอกลักษณ์ ส่วนฐานรองจะมีรสชาติของไอศกรีมวานิลลา หอมกลิ่นถั่ว พร้อมกลิ่นเปรี้ยวนิดๆ และสัมผัสกรุบกรอบปิดท้าย เป็นของหวานที่ในหนึ่งคำจะมีหลายรสชาติ แต่เข้ากันได้ดีค่ะ เป็นหนึ่งในเมนูที่แนะนำให้สั่งปิดท้ายเลยค่า

 

การประเมินและให้คะแนน

 

รูปแบบของการประเมิน

คะแนน

รสชาติอาหาร

4.20

บรรยากาศ

4.00

ความคุ้มค่า

4.10

คะแนนเฉลี่ย

4.10

 

จุดเด่นของร้าน Teppen Yakiniku

1. ทางร้านเลือกใช้เนื้อวากิวคุณภาพดี อีกทั้งยังนำมาหมักซอสสไตล์ญี่ปุ่นจนเข้าเนื้อ ทำให้เนื้อของทางร้านมีรสชาติดี มีความนุ่ม สามารถทานได้แบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มค่ะ

2. เมนูของทางร้านทำออกมาให้รสชาติดีในสไตล์ญี่ปุ่นแทบทุกเมนู ทั้งเมนูในส่วนของปิ้งย่าง ราเมง และของหวานค่ะ

3. ทางร้านมีบริการบุฟเฟ่ต์สลัดบาร์ โดยลูกค้าสามารถเลือกทานผักและน้ำจิ้มในส่วนของสลัดบาร์ได้แบบไม่อั้นค่ะ (ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น)

4. ทางร้านทำน้ำจิ้มที่ใช้ทานคู่กับปิ้งย่างออกมาได้รสชาติดี โดยเป็นสูตรของทางร้านเอง ที่ทานแล้วมีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมลงตัวค่ะ

5. พนักงานของทางร้านบริการดี เอาใจใส่ และต้อนรับลูกค้าเป็นอย่างดีตั้งแต่ลูกค้าเข้าร้านค่ะ

6. ที่ตั้งร้านสะดวกกับลูกค้าที่นำรถยนต์ส่วนไป เพราะสามารถนำรถมาจอดได้ฟรี 3 ชม. (มีตราประทับร้าน) ที่โครงการ The Taste Thonglor

7. ตัวร้านอยู่ห่างกับ BTS ทองหล่อเพียง 1 กม. จึงสะดวกต่อลูกค้าที่เดินทางด้วยรถสาธารณะค่ะ

8. พื้นที่ภายในร้านมีมุมให้เลือกนั่งได้เยอะ และยังมีห้อง Private บริการสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวค่ะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม และข้อเสนอแนะ

1. เมนูอาหารกลางวัน ช่วงเวลา 11.00-14.00 น. จะเป็นเซตให้เลือก 2 เซต คือ Set A รีฟิลข้าวญี่ปุ่น และ Set B เสิร์ฟพร้อมเต้าหู้ญี่ปุ่น (สั่งได้ครั้งเดียว) แต่ทั้ง 2 เซตจะได้รีฟิลชาเขียว เครื่องเคียง และบุฟเฟต์สลัดบาร์แบบไม่อั้น ส่วนหลังจาก 14.00 น. เป็นต้นไปจะไม่มีอาหารเป็นเซต แต่ยังมีบุฟเฟ่ต์สลัดบาร์อยู่ค่ะ

2. ราคาอาหารทั้งหมดรวม VAT และ Service Charge แล้ว

3. ร้าน Teppen Yakiniku มีทั้งหมด 2 สาขา คือ สาขาทองหล่อ The Taste Thonglor (02-185-2635) และสาขาหลังสวน Langsuan Velaa Sindhorn Village (02-115-8008)

 

 

          เนื้อย่างนุ่มๆ ในรสชาติแบบญี่ปุ่นต้นตำรับ ย่างเตาถ่านหอมๆ รสชาติความอร่อยของร้าน Teppen Yakiniku ที่ทำให้เมนูปิ้งย่างของทางร้านเป็นที่พูดถึงอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังจัดเต็มบรรยากาศการต้อนรับแบบน่าประทับใจ สำหรับใครที่เป็นสายปิ้งย่างตัวจริง หรือกำลังคิดถึงเนื้อย่างอร่อยๆ ในสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ ร้าน Teppen Yakiniku แห่งนี้รับรองว่าตอบโจทย์และจัดว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาดค่ะ

 

เมนูแนะนำของร้าน Teppen Yakiniku

Wagyu Yakisuki

390 บาท
เนื้อวากิว A5 หมักซอสสไตล์ญี่ปุ่น ทานคู่กับไข่ไก่สด เมนูยอดนิยมจากญี่ปุ่น

Shape of Wagyu

1,290 บาท
เมนูจัดเต็มเนื้อวัวถึง 9 ส่วน เสิร์ฟพร้อม Teppen Kaidon

Wagyu Karubi

290 บาท
เนื้อส่วนร่องซี่โครงหมักซอสสไตล์ญี่ปุ่น

Wagyu Yukke

450 บาท
ยำเนื้อดิบหมักซอส ท็อปด้วยไข่ไก่สด

Gyutan Steak

450 บาท
เนื้อวัวส่วนต้นบ่มนาน 6 ชม. เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว ไข่ไก่ และหอมเจียว

Silky Mont Blanc - Purple sweet potato

480 บาท
ของหวานยอดนิมที่นำมันหวานมาเรียงร้อยเป็นเส้นไหม

เขียนโดย
a girl who has a passion for eating food!
จำนวนบทความที่รีวิว : 60
วันที่เขียนรีวิว : 2021/11/30
0.00 - 0.00 บาท
Rating Distribution
รสชาติอาหาร
4.20
การบริการ
4.00
ตกแต่งสถานที่
4.01
ราคาเหมาะสม
4.10
แผนที่ร้าน Teppen Yakiniku
ที่อยู่ :
The Taste Thonglor 235 ซ.ทองหล่อ 11 (สุขุมวิท 55) กรุงเทพมหานคร 10110 ต. คลองตันเหนือ อ. เขตวัฒนา จ. กรุงเทพมหานคร ประเทศ Thailand
เบอร์ติดต่อ :
02-185-2635
ช่วงเวลา :
ทุกวัน 11.00-23.00 น.
ช่วงราคา :
0.00 - 0.00 บาท
ที่จอดรถ :
ไม่ระบุ
รับบัตรเครดิต :
ไม่ระบุ
รับจองล่วงหน้า :
ไม่ระบุ

TOP