รีวิว Sabu Yakiniku (ซาบุ ยากินิกุ) เนื้อย่างพรีเมียมต้นตำรับจากญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท ใกล้ BTS ทองหล่อ @Hotel Nikko Bangkok

          ใครที่กำลังมองหาร้านยากินิกุต้องไม่พลาดกับร้าน Sabu Yakiniku (ซาบุ ยากินิกุ) ร้านเนื้อย่างพรีเมียมส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้นำสไตล์การทานเนื้อแบบดั้งเดิมจากสาขาญี่ปุ่นส่งตรงถึงไทยเลยทีเดียว ความพิเศษของทางร้านจะอยู่ตรงที่มีการคัดเลือกเนื้อวัวและส่งออกจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเนื้อวัวสายพันธุ์ดีที่ไม่เคยส่งออกนอกประเทศญี่ปุ่นมาก่อน อีกทั้งยังมีการดูแลโดยชาวญี่ปุ่นอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอนอีกด้วย! ต้องขอบอกว่าใครที่ชื่นชอบเนื้อวัวแบบพรีเมียมนั้นพลาดไม่ได้เลยค่าาา

 

Sabu Yakiniku (ซาบุ ยากินิกุ) เนื้อย่างพรีเมี่ยมต้นตำรับจากญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท @Hotel Nikko Bangkok

 

การเดินทาง

          ร้าน Sabu Yakiniku อยู่ในโซนกินซ่า ทองหล่อ (Ginza Thonglor) ชั้น 3 ของ Hotel Nikko Bangkok (โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพ) สำหรับใครที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ ให้นั่งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีทองหล่อ (ทางออก 3) หรือหากใครมารถส่วนตัว สามารถขับมาจากถนนอโศกมนตรี เมื่อถึงแยกอโศกให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุขุมวิท ขับตรงไปจนถึงซอยสุขุมวิท 55 จากนั้นเลี้ยวเข้าโรงแรมและนำรถไปจอดในโรงแรม และขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 3 เมื่อออกจากลิฟต์ให้เลี้ยวขวา พอเดินตรงมาอีกนิดให้เลี้ยวซ้ายจะเจอร้านค่ะ

 

...
Responsive image
Share
ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเองเต็มคำก...
ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเองเต็มคำกับลูกชิ้นเนื้อปลาทำเอง100%ไม่ผสมเเป...
ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาทำเองเต็มคำกับลูกชิ้นเนื้อปลาทำเอง100%ไม่ผสมเเป้งรสชาติเข้มข้นสดใหม่

Responsive image
Share
[ไม่ใช้] Cococrab ปูไข่ดองปูไข่น...
[ไม่ใช้] Cococrab ปูไข่ดองปูไข่นึ่ง Delivery อาหารทะเลโฮมเมดพร้อมวั...
[ไม่ใช้] Cococrab ปูไข่ดองปูไข่นึ่ง Delivery อาหารทะเลโฮมเมดพร้อมวัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงถึงบ้าน


Responsive image
Share
YANG Hong Kong Cafe คาเฟ่เปิดใหม...
YANG Hong Kong Cafe คาเฟ่เปิดใหม่บรรยากาศดี มาพร้อมเมนูอาหารสไตล์ฮ่...
YANG Hong Kong Cafe คาเฟ่เปิดใหม่บรรยากาศดี มาพร้อมเมนูอาหารสไตล์ฮ่องกง ย่านพระราม 9

Responsive image
Share
ช.หอยทอด ออส่วน ร้านหอยทอดคิวยาว...
ช.หอยทอด ออส่วน ร้านหอยทอดคิวยาวเจ้าดังแห่งนครปฐมในตำนาน 31 ปี @ตลา...
ช.หอยทอด ออส่วน ร้านหอยทอดคิวยาวเจ้าดังแห่งนครปฐมในตำนาน 31 ปี @ตลาดโต้รุ่ง องค์พระปฐมเจดีย์

บรรยากาศภายในร้าน

          เมื่อเข้าไปในร้านจะได้เจอกับร้านที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ทางร้านเลือกใช้โทนสีดำและตกแต่งด้วยไม้เน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลตามแบบฉบับของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ร้านมีความปลอดโปร่งโล่งสบายน่านั่ง โดยที่นั่งของแต่ละโต๊ะจะเป็นโซฟาไม้ต่อกัน แต่ละโต๊ะรองรับลูกค้าได้ทั้งหมด 4 คน โดยท้้งร้านสามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุด 60 คนค่ะ 

 

       

          Ryoii ไปร้านในวันธรรมดาช่วงกลางวัน ทำให้ลูกค้าไม่เยอะมากนัก จึงได้บรรยากาศเงียบสงบ แต่ใครที่จะเดินทางมารับประทานในวันศุกร์-วันเสาร์ช่วงกลางคืน และวันเสาร์-วันอาทิตย์ช่วงกลางวัน ลูกค้าอาจจะเยอะเป็นพิเศษ แนะนำให้โทรไปจองก่อนเข้าไปที่ร้านค่ะ

 

 

เมนูและราคาอาหาร

          ทางร้านจะเสิร์ฟเมนูยากินิกุแบบอลาร์คาร์ท เมนูหลักยากินิกุจะเป็นเนื้อวัววากิวยูกิฟูริ หรือหากใครที่ไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเนื้อหมูและเนื้อไก่พรีเมียมหมักซอสเป็นตัวเลือก นอกจากยากินิกุแล้วทางร้านยังมี อาหารจานหลัก (บะหมี่และข้าว) อาหารเรียกน้ำย่อย (ซุป, สลัดและของทานเล่น) และของหวานค่ะ

 

 

          การทานยากินิกุของร้านมีความแตกต่างจากร้านอื่น เนื่องจากเป็นปิ้งย่างสไตล์ Momidare ตามแบบฉบับของสาขาที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการหมักซอสให้เข้าเนื้อก่อนนำมาย่างและทานคู่วาซาบิ ทางร้านจึงไม่มีการเสิร์ฟน้ำจิ้มใดๆ แต่ในส่วนของเนื้อวัวนั้นจะมีให้เลือกทั้งหมักซอสสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมจากตัวเนื้อเอง และหมักเกลือ ที่มีน้ำจิ้มให้ลูกค้าได้เลือกทานตามชอบ

          นอกจากนี้ตัวเนื้อวัววากิวยูกิฟูริที่ทางร้านเลือกใช้ยังเป็นเนื้อวัวที่ส่งตรงมาจากเมืองโอบานาซาวา จังหวัดยามากะตะ ประเทศญี่ปุ่น จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อวัวเป็นอย่างดี เพราะมีสภาพอากาศเหมาะสำหรับการเพาะพันธุ์วัวโดยเฉพาะ จึงทำให้เนื้อวัวยูกิฟูริที่นำมาเสิร์ฟนั้นมีสัมผัสที่นุ่มแตกต่างจากเนื้อวัวทั่วไป ซึ่งต้องขอบอกอีกนิดนึงว่าเนื้อวัวยูกิฟูรินั้นไม่เคยส่งออกนอกประเทศมาก่อนอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ได้หาทานกันง่ายๆ เลยค่ะ

 

 

          สำหรับเวลาในการเปิด-ปิดร้าน แบ่งเป็น 2 รอบในแต่ละวัน ได้แก่ ช่วงกลางวันเวลา 11.00-14.00 น. และช่วงเย็นเวลา 17.00-21.00 น. ทั้ง 2 ช่วงเวลาจะมีไลน์อาหารที่แตกต่างกันออกไปบ้าง โดยช่วงกลางวันจะมีบางเมนูที่เสิร์ฟมาเป็นเซตอาหารกลางวัน ใน 1 เซตจะมีอาหารจานหลัก สลัด น้ำซุปและของหวาน แต่ช่วงเย็นจะมีเพียงจานหลักเท่านั้น แต่หากใครต้องการสั่งเมนูอื่นๆ สามารถสั่งแยกได้ค่ะ

 

 

Tokujyou Rousu พรีเมียมวากิวสันนอก ราคา 980 บาท

          พรีเมียมวากิว A5 ส่วนสันนอกที่มีไขมันแทรกพอประมาณให้นุ่มลิ้น ไขมันน้อย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานเนื้อติดมันมากนัก สำหรับเมนูนี้จะเป็นแบบหมักเกลือ-พริกไทย ลูกค้าสามารถทานได้ทั้งกับวาซาบิ และน้ำจิ้มค่ะ แต่ถ้าหากใครอยากจะลองทานแบบ Momidare ก็จะมีแบบหมักซอสให้เลือกทานเช่นเดียวกัน

 

 

Tokujyou Karubi พรีเมียมวากิวบริเวณซี่โครง ราคา 980 บาท

          พรีเมียมวากิว A5 บริเวณที่ติดกับซี่โครง มีไขมันแทรกจำนวนมาก โดยเมนูนี้ทางร้านปรุงแบบหมักซอสสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่น การหมักของทางร้านนั้นเรียกได้ว่าเข้าเนื้อแบบสุดๆ เมื่อทานเข้าไปแล้วจะได้รสชาติเนื้อควบคู่กับความฉ่ำของซอสเป็นอย่างดีค่ะ

 

 

คามุยลูกเต๋า ราคา 1,500 บาท

          เมนูใหม่ล่าสุดจากทางร้าน สำหรับเมนูนี้ทางร้านจะนำเนื้อคามุย หรือเนื้อวัววากิวจากฮอกไกโด มาหั่นชิ้นเป็นลูกเต๋าแบบพอดีคำ หมักด้วยเกลือ-พริกไทย จะทานคู่กับน้ำจิ้มหรือวาซาบิก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ

 

 

Gyu Tan ลิ้นวัวสไลซ์หนา ราคา 450 บาท

          ลิ้นวัวที่ให้สัมผัสแบบนุ่มลิ้น เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงเลมอน จานนี้ได้ความหนึบเด้งของลิ้นวัวแบบเต็มคำ ส่วนตัวเลมอนจะทานทาตะแกรงก่อนย่าง หรือจะนำมาบีบให้เนื้อหลังย่างเสร็จแล้วก็จะได้ความอร่อยไม่แพ้กันค่ะ

 

 

Wagyu Yakisuki วากิวยากิสุกี้ ราคา 750 บาท

         สำหรับเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำที่อยากให้ทุกคนได้ลองกัน ทางร้านจะเสิร์ฟเนื้อวากิวเซอร์ลอยน์สไลซ์ชิ้นใหญ่ ปรุงรสชาติแบบสุกี้ยากี้มาคู่กับไข่ไก่ดิบสด วิธีการทานคือหลังจากลูกค้าย่างเนื้อจนสุกได้ที่แล้วจากนั้นให้จุ่มไข่ดิบ จะได้รสชาติความมันของไข่กับความหวานของเนื้อควบคู่มาในคำเดียวเลยค่ะ 

 

 

Wagyu Yaki Shabu วากิวยากิชาบู ราคา 700 บาท

          เนื้อวากิวสไลซ์หั่นบาง ท็อปด้วยหัวไชเท้าฝน ต้นหอมซอย ราดด้วยซอสพอนซึ ในแต่ละชิ้นเมื่อทานเข้าไปแล้วจะได้รสชาติคล้ายกับชาบู สำหรับเมนูนี้เคล็ดลับในการย่างคือ พับเนื้อให้ทบเข้ากันหากัน และย่างเนื้อเพียงด้านเดียวจนสุกตามที่ต้องการ เพื่อให้เครื่องที่ท็อปมายังคงอยู่เพื่อให้ได้รสชาติของเครื่องปรุงแบบเต็มคำค่ะ

 

พับเนื้อให้ทับกัน จากนั้นค่อยนำไปย่าง เพื่อให้เครื่องปรุงด้านบนยังคงอยู่

 

Kata Rousu สันคอคุโรบูตะ ราคา 190 บาท

          เมนูทางเลือกสำหรับคนไม่ทานเนื้อวัว ทางร้านจะสไลซ์เนื้อหมูส่วนสันนอกมาบางกำลังดี พร้อมกับมันแทรกในแต่ละชิ้นกำลังดี และหมักซอสสูตรเฉพาะของร้านแบบเข้าถึงเนื้อหมู เมื่อทานไปแล้วจะได้ความชุ่มฉ่ำของซอสเป็นอย่างดีเลยค่ะ

 

 

Torimono เนื้อไก่พรีเมี่ยม ราคา 180 บาท

          อีกหนึ่งเมนูสำหรับคนไม่ทานเนื้อวัว เนื้อไก่พรีเมียมหมักซอสสูตรเดียวกับเมนูสันคอคุโรบูตะ 

 

 

ซูชิวากิว A5 ราคา 520 บาท

          ซูชิวากิวคำโตเนื้อหอมหวาน เนื้อชิ้นใหญ่ปกคลุมข้าว เหมาะกับคนสายซูชิมากๆ ค่ะ

 

 

Roasted Beef Don ข้าวหน้าเนื้อโรสต์บีฟ ราคา 380 บาท

          มาถึงคิวเมนูข้าวหน้าของทางร้านกันบ้างค่ะ กับข้าวหน้าเนื้อโรสต์บีฟ ข้าวหน้าเนื้ออบสไตล์ญี่ปุ่น เนื้ออบของทางร้านจะมีความสุกกำลังดี พร้อมด้วยความชุ่มฉ่ำ แถมยังชิ้นใหญ่เต็มคำ สำหรับเมนูนี้ตอนเสิร์ฟทางร้านจะแยกน้ำราดมาให้ลูกค้าได้ราดเองตามชอบค่ะ

 

 

ข้าวหน้าไก่ไข่ตุ๋น ราคา 260 บาท

          อีกหนึ่งเมนูข้าวหน้าของทางร้านค่ะ สำหรับเมนูขอเอาใจคนรักไม่ทานเนื้อกันบ้าง กับเมนูข้าวหน้าไก่ไข่ตุ๋น ไก่เนื้อนุ่มๆ ท็อปด้วยไข่ตุ๋น คลุกเคล้าด้วยผักหัวหอมเพิ่มรสชาติได้ดีค่ะ

 

 

สลัด 

           นอกเหนือจากเมนูยากินิกุเอาใจคนรักเนื้อแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูสลัดให้เป็นเครื่องเคียงทานแกล้มระหว่างมื้ออีกด้วยนะคะ เช่น สลัดผักกาด ราคา 120 บาท สำหรับเมนูนี้จะมีผักสลัดรวม แครอท เรดคอรัส กรีนคอรัส กะหล่ำปลีม่วง มะเขือเทศราชินี ต้นหอมญี่ปุ่น น้ำสลัดเวเนก้าที่มีรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม ตัดเลี่ยนได้ดีค่ะ และอีกหนึ่งเมนูอย่าง สลัดเต้าหู้ ราคา 150 บาท ในหนึ่งชามจะได้ทานผักสลัดนานาชนิด เช่น เรดคอรัส กรีนคอรัส  และมะเขือเทศราชินี ท็อปด้วยเต้าหู้ญี่ปุ่นราดน้ำสลัดและงาหอมๆ ปิดท้ายค่ะ เหมาะสำหรับการทานเป็นเครื่องเคียงระหว่างมื้อได้ดีเลย

 

สลัดผักกาด (120 บาท)

สลัดเต้าหู้ (150 บาท)

 

นามูรุ ราคา 160 บาท

          เมนูนามูรุหรือผักรวม ผ่านการดองด้วยสูตรของร้าน โดยจะมีแครอทที่ใช้น้ำส้มญี่ปุ่น ถั่วงอกจะเป็นน้ำมันงาเกลือ ปวยเล้งเป็นน้ำมันงาและพริกเกาหลี และเห็ดเข็มทอง พริกเกาหลีโคชูจัง

 

 

Karauma Tail Soup ซุปหางวัว 

          ปิดท้ายเมนูของคาวกันไปด้วยเมนูเอาใจคนรักเนื้อวัวอีกหนึ่งเมนูกับเมนูซุปหางวัว สำหรับซุปหางวัวของทางร้านจะมีให้เลือกทานทั้งหมด 2 รสชาติ คือ รสชาติต้นตำรับ ราคา 300 บาท ที่มาพร้อมน้ำซุปร้อนๆ ผักและเนื้อวัวตุ๋นเปื่อยให้ซดระหว่างมื้อ และรสชาติเผ็ด ราคา 300 บาท สำหรับคนที่ชอบความจัดจ้านค่ะ (ถ้าหากใครสั่งรสชาติต้นตำรับมา สามารถสั่งพริกแยกมาปรุงรสเองได้)

 

ซุปหางวัว รสชาติต้นตำรับ (300 บาท)

ซุปหางวัว รสชาติต้นตำรับ (300 บาท)

ซุปหางวัว รสชาติเผ็ด (300 บาท)

 

ไอศกรีม ราคา 80 บาท

          เมนูของหวานในช่วงนี้ทางร้านจะมีเฉพาะเมนูไอศกรีมพร้อมเสิร์ฟ โดยมีให้เลือก 3 รสชาติ ได้แก่ รสโยเกิร์ต, รสชาเขียว และรสลิ้นจี่ค่ะ 

 

ไอศกรีมโยเกิร์ต (ซ้าย), ไอศกรีมชาเขียว (บน), ไอศกรีมลิ้นจี่ (ขวา)

 

การประเมินและให้คะแนน

 

รูปแบบของการประเมิน

คะแนน

รสชาติอาหาร

4.2

บรรยากาศ

4.0

การบริการ

4.0

ความคุ้มค่า

4.0

คะแนนเฉลี่ย

4.05

 

สรุปเมนูรสชาติอาหาร

ซูชิวากิว A5 : ซูชิวากิว A5 คำใหญ่ หน้าวากิวปริมาณล้นเนื้อนุ่มกำลังดี ถือว่าเป็นซูชิเนื้อเกรดพรีเมียมเลยค่ะ

สลัดผักกาด: ผักหลากหลาย น้ำสลัดเปรี้ยวอมหวานทานแล้วอร่อยและดีต่อสุขภาพ

นามูรุ : เมนูนามูรุหรือผักรวม จานเดียวได้ทานผักถึง 4 แบบ โดยจะมีแครอทที่ใช้น้ำส้มญี่ปุ่น ถั่วงอกจะเป็นน้ำมันงาเกลือ ปวยเล้งเป็นน้ำมันงาและพริกเกาหลี และเห็ดเข็มทอง พริกเกาหลีโคชูจัง โดยรวมรสชาติของผักแต่ละแบบจะคล้ายๆ กัน จะเป็นกลิ่นดองสไตล์เดียวกันตามสูตรของทางร้านค่ะ 

Tokujyou Rousu : ตัวเนื้อวัวนั้นมีความนุ่มและแน่นหนึบกำลังดี มันแทรกมากำลังดี ไม่เยอะมากจนทำให้เลี่ยน ใครที่ไม่ชอบทานเนื้อที่มีไขมันเยอะต้องขอแนะนำเมนูนี้เลย แต่อาจจะเหนียวเล็กน้อยถ้าย่างนานเกินไป เพราะเนื้อหั่นมาชิ้นหนานิดนึง ในส่วนของรสชาติอาจจะมีกลิ่นพริกไทยเล็กน้อย แต่ใครที่ไม่ชอบกลิ่นพริกไทยอาจจะรู้สึกว่ากลบกลิ่นเนื้อไปบ้าง วาซาบิมีรสชาติเผ็ดกำลังดีทานได้ง่าย ช่วยเพิ่มรสชาติให้เนื้อเป็นอย่างดี กลิ่นหอม ไม่ฉุนมากเกินไปค่ะ

Tokujyou Karubi เป็นเนื้อส่วนที่มีมันเยอะ ทำให้เนื้อมีสัมผัสที่นุ่มกว่าเมนูอื่นๆ และหมักซอสมารสชาติเข้มข้น เข้าถึงเนื้อ ทำให้เนื้อมีความนุ่มและได้รสชาติซอสแบบเต็มคำ รสชาติของซอสกลมกล่อมกำลังดี แต่เมื่อหากทานไปเรื่อยๆ อาจจะรู้สึกว่าติดรสชาติเค็มนิดนึงค่ะ  

Gyu Tan : เนื้อหนึบและเด้งกรอบ ไม่เหนียว รสชาติมีความเค็มพอประมาณ อาจจะมีกลิ่นพริกไทยไปบ้าง แต่ไม่แรงมากเกินไป

Wagyu Yakisuki : เนื้อติดมันเล็กน้อยกำลังดี ทำให้ไม่เลี่ยนมากเกินไป สไลซ์มาบาง ถึงแม้จะย่างไว้นานก็ยังไม่ทำให้เหนียว ในส่วนของไข่ดิบมีความสด มีความหนึบและไม่มีมีกลิ่นคาว รสชาติของเนื้อเข้ากับไข่ได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งความมันของไข่และความหวานของเนื้อที่หมักมาควบคู่กัน เป็นอีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำเลยค่ะ 

Wagyu Yaki Shabu : เนื้อสไลซ์มาบางกำลังดี ไม่เหนียวมากเกินไป ในส่วนของเครื่องปรุงอาจจะมีรสชาติเปรี้ยว ช่วยตัดรสชาติเลี่ยนจากเมนูอื่นๆ ได้ค่ะ

Kata Rousu เนื้อหมูมีมันแทรกนิดหน่อย สไลซ์มาชิ้นใหญ่และบางกำลังดี มีความนุ่มและไม่เหนียว อีกทั้งยังหมักได้รสชาติที่เข้าถึงเนื้อหมู ทำให้ได้รสชาติของซอสแบบเข้มข้น อาจจะออกเค็มไปบ้างแต่ไม่มากเกินไป

Torimono : เนื้อไก่มีความนุ่มและหมักซอสเข้าถึงเนื้อจนได้ความเข้มข้นของซอส ในส่วนของรสชาติซอสนั้นเป็นซอสชนิดเดียวกับเมนูสันนอกหมูค่ะ 

Karauma Tail Soup : เสิร์ฟมาร้อนกำลังดีและถ้วยใหญ่ เครื่องผักและเนื้อวัวมีปริมาณเยอะ สามารถทานได้ 2-3 คน ผักและเนื้อวัวต้มจนเปื่อย นิ่ม ทานได้ง่าย เนื้อวัวมีความนุ่ม มีมันเล็กน้อย รสชาติของน้ำซุปมีรสชาติเผ็ดกำลังดี ไม่มากเกินไป คนที่ไม่ถนัดทานเผ็ดยังสามารถทานได้และช่วยตัดเลี่ยนรสชาติอาหารอื่นๆ ได้ 

ไอศกรีมรสชาเขียว : ได้รสชาติของชาเขียวแบบเต็มคำ มีความขมและกลิ่นหอมของชาเขียวกำลังดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบชาเขียวแบบเข้มข้น 

ไอศกรีมรสลิ้นจี่ : ไอศกรีมมีความหอมและรสชาติลิ้นจี่แบบชัดเจน มีความเปรี้ยวแต่ไม่มากเกินไป ช่วยตัดเลี่ยนของรสชาติเนื้อได้เป็นอย่างดี เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานผลไม้และขนมหวานค่ะ 

ไอศกรีมรสโยเกิร์ต : มีรสชาติเปรี้ยวหวานแบบโยเกิร์ต ไม่หวานและเปรี้ยวโดดมากเกินไป ได้รสโยเกิร์ตแบบเข้มข้น นอกจากนี้ยังได้รสชาติของบลูเบอร์รีชัด ช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีค่ะ

 

จุดเด่นของร้าน Sabu YakiniKu

1. Sabu Yakiniku เป็นร้านยากินิกุที่เหมาะสำหรับที่ชื่นชอบการทานเนื้อวัวโดยเฉพาะ เพราะเนื้อวัวมีการคัดเลือกคุณภาพระดับพรีเมียมและมีตัวเลือกหลากหลาย อีกทั้งยังหมักมาได้รสชาติเข้มข้นเข้าถึงเนื้อเป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ 

2. เป็นร้านที่มีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลายนอกเหนือจากปิ้งย่าง ทางร้านยังพร้อมเสิร์ฟอาหารจานเดี่ยว (บะหมี่และข้าว) รวมไปถึงเมนูเรียกน้ำย่อย (สลัดและซุป) ทำให้สามารถสับเปลี่ยนหมุนเวียนเมนูได้ ไม่จำกัดอยู่แค่เมนูยากินิกุเท่านั้นค่ะ 

3. รสชาติอาหารในแต่ละเมนูมีความโดดเด่น ทั้งในส่วนของยากินิกุ เมนูซุปและขนมหวาน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่ทำอาหารรสชาติออกมาดีเลยค่ะ

4. บรรยากาศภายในร้านดูโล่งโปร่งไม่อึดอัด เหมาะสำหรับนั่งรับประทานอาหาร ร้านมีการตกแต่งในสไตล์มินิมอลให้ได้บรรยากาศตามแบบฉบับของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเข้ากับคอนเซ็ปต์อาหารของทางร้านอีกด้วยค่ะ  

5. พิกัดของร้านตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ ทำให้สะดวกต่อลูกค้าที่เดินทางโดยรถไฟฟ้า 

6. มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าที่เดินทางด้วยรถส่วนตัว โดยสามารถจอดรถภายในโรงแรมนิกโก้ กรุงเทพได้เลยค่ะ

 

ข้อมูลอื่นและข้อเสนอแนะ

1. ของหวานของทางร้านมีให้เลือกไม่หลากหลายเท่าไหร่นัก เนื่องจาก ณ ตอนนี้พร้อมเสิร์ฟแค่ไอศกรีมเท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้มีตัวเลือกน้อยไปสำหรับคนรักของหวานค่ะ 

2. ราคาอาหารในเมนูทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % (VAT) และค่าบริการ 10 %

 

 

          ต้องขอบอกว่าเนื้อวัวพรีเมียมของร้าน Sabu Yakiniku นั้นโดดเด่นในด้านคุณภาพจริงๆ ค่ะ อีกทั้งสไตล์การรับประทานตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นอีกด้วย หากใครที่ชื่นชอบการทานยากินิกุ เป็นสาวกเนื้อวัวอยากจะลิ้มลองเนื้อวัวพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น และหลงรักวัฒนธรรมในการทานอาหารแบบญี่ปุ่นนั้น ต้องไม่พลาดกับร้าน Sabu Yakiniku ในย่านทองหล่อแห่งนี้เลยค่ะ

 

เขียนโดย
a girl who has a passion for eating food!
จำนวนบทความที่รีวิว : 49
วันที่เขียนรีวิว : 2021/03/25
0.00 - 0.00 บาท
Rating Distribution
รสชาติอาหาร
4.20
การบริการ
4.00
ตกแต่งสถานที่
4.00
ราคาเหมาะสม
4.00
แผนที่ร้าน Sabu Yakiniku
ที่อยู่ :
ชั้น 3 Hotel Nikko Bangkok 27 ซอยสุขุมวิท 55 ถนนสุขุมวิท (ถนนทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110 ต. คลองตันเหนือ อ. เขตวัฒนา จ. กรุงเทพมหานคร ประเทศ Thailand
เบอร์ติดต่อ :
082-722-7888
ช่วงเวลา :
เปิดบริการทุกวัน 11.00-14.00 น. และ 17.00-21.00 น.
ช่วงราคา :
0.00 - 0.00 บาท
ที่จอดรถ :
มี
รับบัตรเครดิต :
ไม่ระบุ
รับจองล่วงหน้า :
มี

TOP