Peppery Barrel ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่นพร้อมเมนูซิกเนเจอร์สุดพิเศษ ที่ผสมผสานความเป็นไทยอย่างลงตัว @Peppery Barrel นครปฐม

         สำหรับวันนี้ Ryoii ขอพาเพื่อนๆ ไปทานร้านอาหารใกล้กรุงเทพฯ กันค่ะ ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่นที่เปิดให้บริการมาถึง 6 ปี มีการผสมผสานความเป็นอาหารไทย-อิตาเลียนให้เข้ากันอย่างลงตัว พร้อมทั้งยังมีเมนูซิกเนเจอร์สุดพิเศษไว้ให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย พูดมาขนาดนี้อย่ารอช้าเลยค่ะ ตามมาดูกันเลยยยยยย

Peppery Barrel ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่นพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่ผสมความเป็นไทยอย่างลงตัว @นครปฐม

การเดินทาง 

        การเดินทางไปร้าน Peppery Barrel ให้เพื่อนๆ เดินทางไปที่ถนนเส้นเพชรเกษมเป็นหลัก (สามารถกดที่รูปเพื่อดูแผนที่ได้) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนยิงเป้าประมาณ 750 เมตร จะเจอสามแยกถนนราชมรรคา ขับไปประมาณ 140 เมตร ร้านจะอยู่ด้านขวามือ จุดสังเกตง่ายๆ ร้านจะอยู่ติดกับรั้วชมพูฟ้า

แผนที่ : Peppery Barrel Bistro and Wine Bar ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000

...
Responsive image
Share
อร่อยกับเมนูของหวานหลากหลาย พร้อ...
อร่อยกับเมนูของหวานหลากหลาย พร้อมบรรยากาศสบายๆ สไตล์เกาหลีที่ Bigba...
อร่อยกับเมนูของหวานหลากหลาย พร้อมบรรยากาศสบายๆ สไตล์เกาหลีที่ Bigbang Cafe by 3Birds

Responsive image
Share
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอ...
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารทะเลเเบบจัดเต็ม น้ำจิ้มเด็ดเข้น...
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารทะเลเเบบจัดเต็ม น้ำจิ้มเด็ดเข้นข้ม ราคาสุดคุ้มค่า

Responsive image
Share
มาชวนคนรักไปเต็มอิ่มกับมื้อค่ำสุ...
มาชวนคนรักไปเต็มอิ่มกับมื้อค่ำสุดโรแมนติก มีทั้งซีฟู้ด ขนมหวาน และอ...
มาชวนคนรักไปเต็มอิ่มกับมื้อค่ำสุดโรแมนติก มีทั้งซีฟู้ด ขนมหวาน และอาหารนานาชาติอีกเพียบ

Responsive image
Share
VIP ส้มตำ Club สาขาลาดพร้าว 71 แ...
VIP ส้มตำ Club สาขาลาดพร้าว 71 แซ่บนัวฉบับอีสาน ต้นตำรับสไตล์จังหวั...
VIP ส้มตำ Club สาขาลาดพร้าว 71 แซ่บนัวฉบับอีสาน ต้นตำรับสไตล์จังหวัดขอนแก่น

Responsive image
Share
ร้านอาหารญี่ปุ่น ติดริมทะเลสาบเม...
ร้านอาหารญี่ปุ่น ติดริมทะเลสาบเมืองทอง พร้อมเมนูเอาใจคนรักอาหารทะเล...
ร้านอาหารญี่ปุ่น ติดริมทะเลสาบเมืองทอง พร้อมเมนูเอาใจคนรักอาหารทะเลในสไตล์ญี่ปุ่น

บรรยากาศภายในร้าน 

              Peppery Barrel ร้านอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์ฟิวชั่นที่เปิดให้บริการมานานถึง 6 ปี โดยร้านจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 17.00-00.00 น. ภายในร้านมีโต๊ะให้เลือกนั่งประมาณ 10 โต๊ะ ซึ่งเหมาะสำหรับการพาครอบครัวหรือคนรักมาดินเนอร์ ส่วนเมนูอาหารจะเน้นเป็นอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่น ที่เชฟมีการผสมผสานระหว่างอาหารอิตาเลียนและอาหารไทย โดยวัตถุดิบต่างๆ จะสดใหม่แบบวันต่อวัน นอกจากนี้ในเรื่องของซอสต่างๆ ภายในร้านจะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ซึ่งมีการคิดค้นขึ้นมีเพื่อให้เข้ากับเมนูอาหารมากขึ้น ในส่วนของราคาเริ่มต้นที่ 80 บาทขึ้นไป เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านแนะนำเป็น แซลมอนแซ่บ พิซซ่าหน้ากะเพราไข่ดาว Beef Tenderlion Steak สเต๊กเนื้อคัดสรรจากเนื้อชั้นดี โอ้โหววววว พูดมาขนาดนี้อย่ารอช้าดีกว่าค่ะ ตามมาดูต่อกันเลย 

บรรยากาศหน้าร้าน Peppery Barrel

    SPONSORED

สำหรับคนที่ชอบดื่มไวน์ทางร้านมีให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ

มีบาร์เครื่องดื่ม

โต๊ะที่นั่งมีการจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ

         และนี่ก็เป็นเมนูแนะนำของทางร้านมีทั้งเมนูทานเล่น และเมนูที่สามารถทานได้แบบครอบครัว เอาล่ะ! เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละเมนูจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ขอบอกไว้ในที่นี้เลยว่าน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ 

Beef Tenderlion Steak (สเต๊กสันในย่างนุ่มๆ) ราคา 490 บาท

         หากใครที่มาถึงร้านต้องสั่งเมนูนี้เป็นอันดับแรกค่ะ "Beef Tenderlion Steak" เป็นเนื้อส่วนสันในเสิร์ฟมาชิ้นใหญ่กำลังดี พร้อมผักเป็นเครื่องเคียง เช่น มันบด บรอกโคลีย่าง มะเขือเทศย่าง แครอทย่าง เป็นต้น และเนื้อทางร้านใช้เป็นเนื้อส่วนสันในส่วนกลางลำตัวมีไขมันแทรกเล็กน้อยจึงเป็นเนื้อที่นุ่มที่สุด ซึ่งทางร้านได้ย่างด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ในความสุกระดับมีเดียมแรร์ บอกเลยฟินมากกกกกกก

สเต๊กชิ้นใหญ่มาก

เนื้อข้างในคือฉ่ำมากกกกกกก

Snow Fish (ปลาหิมะย่าง) ราคา 580 บาท

        สำหรับใครที่ชอบทานปลาหิมะ มาที่ร้านต้องถูกใจอย่างแน่นอนค่ะ โดยปลาหิมะของทางร้านจะเสิร์ฟมาในจานพร้อมผักโขม มันบด เป็นเครื่องเคียง ส่วนซอสที่ตกแต่งมาในจานจะเป็นซอสเลมอนไว้ทานคู่กับปลานั่นเอง ซึ่งเนื้อปลาหิมะมีชิ้นกำลังพอดีย่างจนได้สีเหลืองอ่อนน่าทานมากค่ะ 

เนื้อปลาชิ้นใหญ่มากกกกกกก

ปลาเนื้อแน่นสีขาวน่าลิ้มลอง

Smoke Norwegian Salmon Spicy Sauce (แซลมอนแซ่บ) ราคา 190 บาท

          มาถึงเมนูแซ่บๆ กันหน่อยกับเมนู "Smoke Norwegian Salmon Spicy Sauce" ปลาแซลมอนแซ่บ ทางร้านเลือกใช้เป็นแซลมอนรมควัน สไลด์มาชิ้นกำลังพอดี มีผักร๊อคเก็ต มะนาว และกระเทียมตกแต่งจานไว้ทานควบคู่กัน บอกเลยว่าแค่เห็นจากน้ำยำที่ราดมาในจานบอกได้เลยว่าแซ่บสะท้านแล้วค่ะ 

พร้อมแซ่บหรือยังคะ

แซลมอนสไลด์ชิ้นยาวกำลังพอดี

Salmon Chu-Che (ฉู่ฉี่แซลมอน) ราคา 220 บาท

          สำหรับเมนูนี้โดยส่วนตัวชอบมากค่ะ เป็นเมนูฉู่ฉี่ปลาแซลมอน โดยปลาแซลมอนจะมีชิ้นใหญ่กำลังดีนำไปทอดกรอบก่อนมาราดด้วยเครื่องปรุงฉู่ฉี่ ซึ่งเชฟจะราดน้ำฉู่ฉี่มาแบบขลุกขลิก ทำให้เนื้อปลามีความกรอบนอกนุ่มใน ซึ่งในเรื่องของรสชาติก็จะไม่เผ็ดเกินไป เมนูนี้ถูกใจคนชอบทานฉู่ฉี่อย่างแน่นอน!!!

Fried Striped Snake-Head Fish with Spicy Mixed Herb (ปลาช่อนลุยสวน) ราคา 250 บาท

         ปลาช่อนทางร้านเลือกใช้ปลาที่มีความสดใหม่ สังเกตได้จากเนื้อปลาที่มีสีขาวเนื้อแน่น ไม่เละ และไม่มีกลิ่นคาว โดยเมนูนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมผักต้ม ซึ่งน้ำจิ้มรสแซ่บ 2 อย่าง คือน้ำจิ้มซีฟู้ดกับน้ำจิ้มแจ่ว และผักต้มของทางร้านจะใช้เป็นผักพื้นบ้านทั่วไป เช่น กะหล่ำ แครอท กระเจี๊ยบเขียว ข้าวโพดอ่อน และถั่วฝักยาว เป็นต้น 

เนื้อปลาแน่นมาก

พิซซ่าหน้ากะเพราไข่ดาว (ถาดเล็กขนาด 8 นิ้ว) ราคา 120 บาท

         หากใครที่ชอบทานพิซซ่าอยู่แล้วแนะนำให้ลองสั่งเมนูพิซซ่าหน้ากะเพราไข่ดาวค่ะ เป็นเมนูที่ผสมผสานความเป็นอาหารไทยและอาหารอิตาเลียนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งไซส์ที่เสิร์ฟมาจะเป็นพิซซ่าถาดเล็ก (8 นิ้ว) สามารถทานได้ 1-2 คน โดยจุดเด่นของพิซซ่าร้านนี้คือพิซซ่าแป้งบางกรอบ ให้หน้าพิซซ่าแบบเครื่องเยอะจุใจ สำหรับใครที่ยังไม่เคยลิ้มลอง ต้องลองสั่งดูค่ะ บอกเลยราคาเบาๆ น่ารักมาก 

โอ้โหวววว!!ไข่ดาวมาเป็นลูกเลยค่ะ

ชีสเยิ้มได้ใจมาก

พิซซ่าหน้าคั่วกลิ้งกับผัดผงกะหรี่ (ถาดใหญ่ขนาด 10 นิ้ว) ราคา 190 บาท 

          ต่อมาทางร้านได้เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้าด้วยพิซซ่า 2 หน้าในถาดเดียว ซึ่งเป็นพิซซ่าหน้าคั่วกลิ้ง และผัดผงกะหรี่ซีฟู้ด โดยตอนที่พนักงานเดินมาเสิร์ฟได้กลิ่นหอมผงกะหรี่มาก ที่สำคัญทางร้านให้เครื่องเยอะแบบจุใจ ในส่วนคั่วกลิ้งจะเป็นคั่วกลิ้งหมูและผัดผงกะหรี่จะเป็นซีฟู้ด มีหอยแมลงภู่ ปลาหมึก พร้อมเครื่องเทศอีกมากมาย นอกเหนือจากนี้ยังมี พิซซ่าหน้าต้มยำกุ้ง และพิซซ่าหน้าขี้เมาทะเล ให้เลือกทานอีกด้วย ทีนี้ก็แล้วแต่เพื่อนๆ จะเลือกเลยค่าาาา

น่าทานทั้ง 2 หน้าเลยค่ะ

Chocolatc Melt Down ราคา 200 บาท 

         ตบท้ายด้วยของหวานกันหน่อยกับเมนู "Chocolatc Melt Down" เมนูนี้จะเป็นช็อกโกแลตลาวา เสิร์ฟคู่มากับไอศกรีม มีการจัดแต่งจานได้อย่างสวยงาม เมื่อผ่าเค้กลาวาออกมาจะมีช็อกโกแลตลาวาไหลเยิ้มแบบฟินๆ ทานคู่กับไอศกรีมหวานเย็นกำลังดีเลยค่ะ 

ว้าววววฟินมากกกกกก

ลองชิมสักคำไหมคะ?

สรุปรสชาติอาหาร 

Beef Tenderlion Steak (สเต๊กสันในย่างนุ่มๆ) : สเต๊กเนื้อชิ้นใหญ่กำลังพอดี เสิร์ฟมาพร้อมผักย่าง และมันบดเป็นเครื่องเคียง สเต๊กมีการย่างระดับมีเดียมแรร์ ทำให้ได้เนื้อที่สุกแบบพอดี เมื่อทานเนื้อเปล่าๆ เนื้อมีความนุ่มมีรสเค็มอ่อนๆ จากเกลือในการย่าง ทานเนื้อสเต๊กคู่กับมันบดและผักย่างบอกได้เลยว่าเข้ากันสุดๆ 

Snow Fish (ปลาหิมะย่าง) : ปลาหิมะย่างเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียง เช่น ผักโขม มันบด และเลมอน แนะนำเวลาทานให้บีบเลมอนลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ หรือจะปาดเนื้อปลาเข้ากับซอสเลมอนก็เข้ากันได้ดี ซอสเลมอนมีความเปรี้ยวนิดๆ กำลังดีเนื้อปลามีความสด นุ่ม ไม่มีกลิ่นคาว 

Smoke Norwegian Salmon Spicy Sauce (แซลมอนแซ่บ) : สำหรับใครที่ชอบเมนูแซ่บๆ แนะนำให้สั่งเมนูนี้เลย ทางร้านใช้เป็นแซลมอนรมควัน มีรสเค็มเล็กน้อย ตามด้วยกลิ่นหอมจากการรมควัน เมื่อคลุกเคล้าแซลมอนกับผักและน้ำยำ ทานร่วมกันน้ำยำมีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดตัดกับความเค็มของแซลมอนเข้ากันได้ดี

Salmon Chu-Che (ฉู่ฉี่แซลมอน) : แซลมอนมีชิ้นใหญ่ทอดกรอบกำลังดี ทำให้เนื้อแซลมอนมีความกรอบนอกนุ่มใน โดยจุดเด่นของรสชาติของฉู่ฉี่มีความหวานนำ เค็มเล็กน้อย ตามด้วยความเผ็ดร้อนของเครื่องแกงฉู่ฉี่ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ เข้ากันได้ดี สำหรับเมนูนี้ถ้าใครที่ชอบทานเครื่องแกงเยอะๆ อาจจะไม่ถูกใจเพราะทางร้านจะราดน้ำมาแบบขลุกขลิก

Fried Striped Snake-Head Fish with Spicy Mixed Herb (ปลาช่อนลุยสวน) : ทางร้านเลือกใช้ปลาช่อนตัวใหญ่ ปลามีความสด เนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นคาว เมื่อทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วจะมีรสเปรี้ยวเค็มเผ็ดไม่มาก สำหรับใครที่ชอบทานเผ็ดแนะนำให้ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งตัวน้ำจิ้มซีฟู้ดจะมีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดจี๊ดจ๊าด แนะนำให้ทานผักเป็นเครื่องเคียงเพื่อลดความเผ็ด โดยในส่วนนี้ถ้าใครที่ไม่ชอบทานเผ็ดอาจจะมองว่าเผ็ดเกินไป และที่สำคัญเนื่องจากปลาช่อนจะมีก้างค่อนข้างเยอะถ้าพาเด็กมาทานอาหารด้วยอาจจะต้องระวัง

พิซซ่าหน้ากะเพราไข่ดาว (ถาดเล็กขนาด 8 นิ้ว) : เชฟมีการปรับปรุงรสชาติให้เข้ากับคนไทย โดยกะเพราะจะมีรสชาติเข้มข้น มีไข่ดาวท็อปอยู่ด้านบน เมื่อทานเป็นชิ้นร่วมกับไข่ดาวแป้งพิซซ่าบางกำลังดี มีรสชาติเผ็ดร้อน หอมกลิ่นใบกะเพราชัดเจน

พิซซ่าหน้าคั่วกลิ้งกับผัดผงกะหรี่ซีฟู้ด (ถาดใหญ่ขนาด 10 นิ้ว) : พิซซ่าถาดใหญ่มีขนาด 10 นิ้ว สามารถทานได้ 2-3 คน โดยจะรวม 2 หน้าไว้ในถาดเดียว คือพิซซ่าหน้าคั่วกลิ้งกับพิซซ่าหน้าผัดผงกะหรี่ซีฟู้ด ความโดดเด่นของเมนูนี้คือเครื่องเทศของพิซซ่ามีความหอมชัดเจน ทางเชฟใส่เครื่องพิซซ่าเยอะ แป้งมีความบางกรอบไม่หนาเกินไป โดยส่วนตัวชอบพิซซ่าหน้าคั่วกลิ้งเพราะรสชาติคั่วกลิ้งถึงเครื่องแกง มีความหอม เผ็ดร้อนในแบบคั่วกลิ้งแท้ๆ ส่วนรสชาติผัดผงกะหรี่ซีฟู้ดจะได้กลิ่นผงกะหรี่ชัดเจน มีชีสเยิ้มๆ เพิ่มรสสัมผัสพิซซ่า แนะนำให้ทานตอนร้อนๆ จะสัมผัสถึงความฟินได้อย่างลงตัว

Chocolatc Melt Down : หากใครที่ชอบทานขนมหวานอาจจะถูกใจ เมื่อผ่าเค้กช็อกโกแลตออกมาจะเจอกับลาวาไหลเยิ้มแบบเข้มข้น ช็อกโกแลตมีความหวานแต่ไม่มาก ทานคู่กับไอศกรีมเย็นๆ เข้ากันกำลังดีเลยค่ะ

SPONSORED

รูปแบบของการประเมิน

คะแนน

รสชาติอาหาร

4.1

บรรยากาศ

4.0

การบริการ

4.0

ความคุ้มค่า

4.1

คะแนนเฉลี่ย

4.05

จุดเด่น

1. ร้าน Peppery Barrel เปิดให้บริการมา 6 ปี เป็นร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่น มีการปรับสูตรเมนูอาหารให้เข้ากับคนไทยอย่างต่อเนื่อง เน้นเมนูอาหารทานง่าย ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาจะได้รับความหลากหลายของอาหารไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารคาว-หวาน

2. ในส่วนของวัตถุดิบทางร้านค่อนข้างใส่ใจและพิถีพิถัน ซึ่งจะเลือกใช้วัตถุดิบแบบวันต่อวันมีการเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยส่วนประกอบหลักของซอสรสชาติต่างๆ ทางร้านจะมีการคิดค้นขึ้นเอง ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน เช่น ซอสเลม่อน น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มแจ่ว เป็นต้น 

4. เมนูของทางร้านเน้นทานง่ายเข้ากับทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มที่มาเป็นครอบครัว ซึ่งเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์คือ แซลมอนแซ่บ เป็นแซลมอนรมควันราดด้วยน้ำยำแซ่บจี๊ดจ๊าดสูตรเฉพาะของทางร้าน พิซซ่าหน้ากะเพราไข่ดาวเป็นเมนูทานเล่นง่ายๆ สามารถทานคนเดียวได้ และสเต๊กเนื้อ Beef Tenderlion Steak ทางร้านเลือกใช้เนื้อส่วนสันในเป็นเนื้ออย่างดีย่างด้วยอุณหภูมิสุกระดับมีเดียมแรร์ทำให้เนื้อมีความนุ่น ไม่เหนียว สำหรับเมนูนี้ถูกใจคนชอบทานสเต๊กอย่างแน่นอน

5. ในส่วนของราคาอาหารเริ่มต้นที่ประมาณ 80 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นราคาอาหารที่ลูกค้าทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

6 บรรยากาศของทางร้านมีลักษณะเป็นร้านอาหารสไตล์ดินเนอร์จะเริ่มเปิดตั้งแต่ 17.00-00.00 น. เหมาะกับพาครอบครัว หรือคนรักมาทานอาหารในช่วงมื้อเย็น มีโต๊ะรองรับลูกค้าถึง 10 โต๊ะด้วยกัน ลูกค้าสามารถเลือกเป็นโต๊ะครอบครัว หรือโต๊ะที่มาดินเนอร์ 2 คนก็มีให้เลือก ส่วนลูกค้าท่านไหนอยากนั่งฟังเพลงดนตรีสดสามารถนั่งโซน outdoor ได้ ซึ่งก็จะเป็นโซนของร้าน Max Station เป็นร้านเครือเดียวกันนั่นเอง  

7. ในส่วนของการให้บริการพนักงานมีความยิ้มแย้มแจ่มใส สามารถให้ข้อมูลและแนะนำเมนูอาหารของทางร้านได้ดี 

ข้อมูลอื่นและข้อเสนอแนะ

1. เนื่องจากร้าน Peppery Barrel เป็นร้านที่อยู่ในติดกับร้านของ Max Station ซึ่งเป็นเครือเดียวกันถ้าลูกค้าที่เป็นขาจรผ่านมาอาจจะไม่เป็นจุดสังเกตุและเข้าใจว่าเป็นร้านเดียวกัน 

2. ร้าน Peppery Barrel เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 17.00-00.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาอาหารแบบดินเนอร์ ทางร้านจะมีการเปิดไฟเพียงเล็กน้อย สำหรับลูกค้าที่ชอบถ่ายรูปอาหารอาจจะมองว่าร้านมืดไปนิดนึง 
 
        ว้าวววววว เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆ กับร้าน Peppery Barrel ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ฟิวชั่น เรียกได้ว่าแต่ละเมนูสามารถเข้าถึงรสชาติของคนไทยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นแซลมอนแซ่บ พิซซ่าหน้ากะเพรา และBeef Tenderlion Steak อีกทั้งเมนูต่างๆ บอกได้เลยว่าน่าทานมากๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารสไตล์ดินเนอร์อยู่แนะนำร้านนี้เลยค่ะ Peppery Barrel  

 

0.00 - 0.00 บาท
Rating Distribution
รสชาติอาหาร
4.10
การบริการ
4.00
ความสะอาด
4.00
ตกแต่งสถานที่
4.00
ราคาเหมาะสม
4.10
แผนที่ร้าน Peppery Barrel
ที่อยู่ :
ตำบล พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000 ต. พระปฐมเจดีย์ อ. เมืองนครปฐม จ. นครปฐม ประเทศ Thailand
เบอร์ติดต่อ :
034-273-272
ช่วงเวลา :
เปิดให้บริการ 17.00-00.00 น.
ช่วงราคา :
0.00 - 0.00 บาท
ที่จอดรถ :
ไม่ระบุ
รับบัตรเครดิต :
ไม่ระบุ
รับจองล่วงหน้า :
ไม่ระบุ

TOP