เห็ด 4 ชนิดสุดฮิตที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลกินเจ!

รู้ไหมว่าอาหารเจนอกจากจะมีผัก ถั่วเหลืองและธัญพืชต่างๆให้เลือกรับประทานตามใจชอบ อาหารอีกชนิดหนึ่งที่อร่อยไม่แพ้กันและไม่ทำบาปด้วยก็คือ เห็ดนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหอม เห็ดนางรม เห็ดฟางหรือเห็ดหูหนู ต่างนำมาปรุงให้มีรสชาติเข้ากับเทศกาลถือศีลกินผักอย่างลงตัว และมีประโยชน์และให้สารอาหารแก่ร่างกายได้ดีไม่แพ้ผักเหมือนกัน!

 

# 1 เห็ดหอม

เห็ดหอมที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว รู้ไหมว่าชื่อภาษาอังกฤษของมันคือ shiitake mushroom และไม่ว่าจะนำไปกินแบบใดก็อร่อยและสุขภาพดี จะสดๆหรืออบแห้งก็อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิด

 

เห็ดหอมเหมาะจะเป็นอาหารสำหรับผู้ที่กำลังจะลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี เพราะเห็ดหอมสดเพียง 4 ชิ้นมีเพียง 25 แคลเลอรี่เท่านั้นและไขมันที่มีน้อยกว่าหนึ่งกรัม ถึงแม้แคลเลอรี่จะน้อยและต่ำแต่ไฟเบอร์สูงนะจ้ะ มากถึง 2 กรัมหากกินเป็นปริมาณมากก็ยิ่งได้ไฟเบอร์เยอะ พร้อมด้วยโปรตีนและวิตามินบีรวมในเห็ดหอมช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและป้องกันโรคโลหิตจาง และเห็ดหอมสดเพียง 4 ชิ้นสามารถมีวิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน วิตามินบี 3 หรือไนอาซิน และวิตามินบี 6ที่ร่างกายต้องใช้ทุกๆวัน นอกจากวิตามินนานาชนิดแล้ว เห็ดหอมยังมีแร่ธาตุ เช่นแมกนีเซียม โพแทสเซียมและฟอสฟอรัสอีกด้วย ละคุณประโยชน์อีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้คือ เห็ดหอมมีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเนื้องอกไม่พึงประสงค์ได้ซึ่งพิสูจน์แล้วโดยงานวิจัยของประเทศญี่ปุ่น พบว่าเมื้อนำเนื้อเห็ดหอมบทละเอียดไปทาบริเวณที่เป็นเนื้องอก ผลปรากฏว่าเนื้องอกมีขนาดลดลงอย่างเห็ดได้ชัด!

 

# 2 เห็ดนางฟ้า

ไม่เพียงแต่ชื่อเท่านั้นที่เพราะ แต่สารอาหารที่อยู่ในเห็ดนางฟ้าก็ดีไม่แพ้ดีกัน ไม่ว่าจะเป็นธาตุเหล็กที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนของออกซิเจนในเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ และช่วยเรื่องการให้พลังงานแก่ร่างกาย พร้อมกับช่วยตับในการขับสารพิษออกจากกระแสเลือด ยังมีธาตุเหล็กเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte ที่ทำหน้าที่ทำลายไวรัสและเซลล์เนื้องอกต่างๆในร่างกาย

เห็ดนางฟ้ายังอุดมไปด้วยวิตามินบี 3 หรือไนอาซิน ที่ช่วยในเรื่องการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีน และซ่อมแซม DNA นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีแต่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลที่ดีแทน

เห็ดเป็นแหล่งรวมวิตามินดีชั้นยอด โดยมีสารเออร์โกสเตอรอล ซึ่งจะกลายเป็นวิตามินดีเมื่อเจอกับรังสีอัลตราไวโอเลต และช่วยปกป้องหัวใจโดยการลดความดันเลือดและควบคุมยีนและเอนไซม์ในระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 สารเออโกไธโอนีอีนในเห็ดนางฟ้าช่วยเรื่องการต้านอนุมูลอิสระและลดระบบการติดเชื้อในร่างกาย และช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและการติดเชื้อต่างๆในหลอดเลือดแดงซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

 

#3 เห็ดฟาง

เห็ดฟางอันจิ๋วนี้มีคุณประโยชน์ที่ใหญ่เกินตัวโดยเป็นแหล่งของโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเจริญเติบโตทั้งกระดูกและพลังงาน และช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่ได้รับความเสียหายและสร้างเซลล์ใหม่ให้ร่างกายด้วย มากไปกว่านั้นเห็ดฟางยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล แต่ต้องรับประทานเห็ดเป็นประจำเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสที่ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้ต่ำและลดความเสี่ยงการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ

เช่นเดียวกับเห็ดหอม เห็ดฟางสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย โรคมะเร็งสามารถเกิดได้ในคนทุกเพศและทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้แต่เนิ่นๆโดยการบริโภคเห็ดเป็นประจำ เพราะเห็ดมีไฟเบอร์สูงซึ่งดีต่อระบบการย่อยของร่างกาย และเมื่อระบบย่อยดี ระบบต่างๆในร่างกายก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไปด้วย หลีกเลี่ยงการมีเชื้อในร่างกาย

 

# 4 เห็ดหูหนู

ไม่เพียงแต่หน้าตาและรูปร่างที่ไม่เหมือนเห็ดชนิดอื่นๆ มีลักษณะสีน้ำตาลหรือดำทั้งชิ้น เนื้อสัมผัสคล้ายยางหน่อยๆ เคี้ยวแล้วกรุบๆกรอบๆ แต่ก็มีคุณค่าทางสารอาหารที่ไม่เหมือนใครเช่นกัน!

นอกจากจะมีโปรตีนสูงแต่แคลเลอรี่ต่ำแล้ว โดยเห็ดหูหนูเพียง 1 หน่วยบริโภค(1ถ้วยตวง)มีเพียง 80 แคลเลอรี่และปริมาณไขมันน้อยกว่า 1 กรัมเสียอีก แต่ยังคงไว้ซึ่งโปรตีนสูงถึง 2.6 กรัมแนะ และไม่มีน้ำตาลแถมโซเดียมยังน้อยนิดเพียง 10 มิลลิกรัมเท่านั้น เหมาะกับผู้อยากลดน้ำหนักแต่ไม่อยากขาดสารอาหาร

เห็ดชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ โดยมีมากถึง 19.6 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งมีปริมาณมากกว่าปริมาณไฟเบอร์ที่คนควรได้ในหนึ่งวัน! ดังนั้นหากบริโภคเห็ดหูหนู 2 ถ้วยตวงก็จะได้ไฟเบอร์สูง มากกว่า100-200 เปอร์เซ็นต์ที่ร่างกายควรได้

 

ธาตุเหล็กและเลือดเป็นของคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในฮีโมโกลบินหรือไมโอโกลบิน โดยโปรตีนนี้จะทำให้นำออกซิเจนในเม็ดเลือดส่งต่อไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย แต่หากขาดอาจก่อให้เกิดโรคโลหิตจาง และอาจมีอาการอ่อนเพลียและมึนศีรษะ แต่ถ้าอยากคงไว้ซึ่งการมีสุขภาพดีและแข็งแรง เห็ดหูหนูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ธาตุเหล็กแก่ร่างกายโดยตรง

วิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มประสิทธิภาพให้ร่างกายในการรับมือกับความเครียดได้มากขึ้น และวิตามินบี 2 มีหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลกลูโคสเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย และช่วยให้ผม ผิวหนังและตับมีสุขภาพดีและปกติ อีกหนึ่งอย่างที่วิตามินบี 2 ช่วยคือลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับหัวใจ และลดการดูมีอายุก่อนวัยอันควรที่เกิดจากอนุมูลอิสระซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดอาหาร หากรับประทานเห็ดหูหนู 1 ถ้วยก็จะได้วิตามินบี 2 ปริมาณ 0.24 กรัม ถือว่าไม่มากและไม่น้อยเพราะร่างกายต้องการวิตามินบี 2 ใช้ในร่างกายปริมาณ 1.1-1.6 กรัมต่อวัน

 

ที่มา: healthyeating , healthyeating , vegetafruit & livestrong

รูปภาพ: lifestylefood , vegetariantimes , stockarch , khanpak , livestrong , hsaba & nutraingredients

 

 







TOP