[รีวิว] ร้านโอชา ชาบู (ocha shabu) บุฟเฟต์สไตล์ญี่ปุ่นที่คงความเป็นไทย เริ่มที่ (299 ฿) @พระราม 4

          สวัสดีครับทุกท่านครั้งนี้ทาง RyoiiReview ขอตรงไปที่ ร้านโอชา ชาบู @พระราม 4 ด้วยชื่อร้าน “โอชา” ที่เป็นคำไทย ส่วน “ชาบู” เป็นคำจากญี่ปุ่น บุฟเฟต์แห่งนี้จึงผสมผสานความเป็นไทย และญี่ปุ่นไว้ด้วยกัน  
          ร้านโอชา ชาบู มีให้เลือกทั้ง “แฮปปี้บุฟเฟต์” ที่มีเนื้อหมูสไลด์, หมูโอชา, ไก่โอชา, ลูกชิ้นไส้ชีส, ลูกชิ้นปลาไส้เห็ดหอม และผักต่างๆ เป็นต้น ในราคา (299 ฿) และ “พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” ราคา (379 ฿) ให้อร่อยสุดคุ้มกับเมนูพรีเมี่ยม เช่น เนื้อวัวโคขุนสันคอ, ริบอาย, เนื้อลายพิเศษ และซีฟู้ดอย่างกุ้งแม่น้ำ, ปูม้า, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และท้องปลาแซลมอน โดยมี “น้ำซุปดำโอชา” และ“น้ำซุปใสดาชิ” เป็นตัวแทนสไตล์ญี่ปุ่น ส่วน “น้ำซุปต้มยำ” ช่วยให้บุฟเฟต์ร้านนี้มีความเป็นไทยมากขึ้น อีกตัวช่วยที่เข้ามาสร้างสรรค์เมนูชาบูคือ “บุฟเฟต์ชีส” (99 ฿) / ท่าน มีให้เลือก 2 แบบคือ “ชีส” จะมีชีสมอสซาเรลล่า กับชีสเชดด้า ที่เสิร์ฟมาถ้วยเดียวกัน และ “ชีสสี่ ดิป” เติมชีสได้ไม่อั้นตลอดการทานบุฟเฟต์ 1.30 ชั่วโมง

SPONSORED

เมนู และราคา
          พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” (379 ฿) จะมีมันกุ้งให้ 1 ที่ เพื่อทานกับซุปต้มยำ และยังมีรายการออเดิร์ฟให้ทานฟรีอีก 2 อย่างคือ สลัดปูอัด และยำสาหร่ายไข่กุ้ง ส่วน “แฮปปี้บุฟเฟต์” (299 ฿) ก็จะได้รายการออเดิร์ฟทั้ง 2 รายการให้ทานฟรีเช่นกัน ต่างกันตรงที่ไม่มีมันกุ้งแถมครับ (ราคาบุฟเฟต์ 2 ราคานี้ทานได้ 1.30 ชั่วโมง แต่ไม่รวมค่าเครื่องดื่ม)
          ลูกค้าที่เลือก “น้ำซุปต้มยำ” และ“น้ำซุปดำโอชา” ใส่หม้อเดียวกันจะต้องจ่ายเพิ่มอีก (40 ฿) แต่ถ้าสั่งน้ำซุปทั้งสองนี้คู่กับ “น้ำซุปใสดาชิ” จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ


ศึกษารายละเอียดเมนูทั้ง 2 ราคาก่อนตัดสินใจได้เลยครับ

 

 


เมื่อจดจำนวนรายการอาหารเรียบร้อย อย่าลืมระบุหมายเลขโต๊ะครับ

 


เมนูออเดิร์ฟเป็นบริการฟรีจากทางร้าน ส่วนชีส และมันกุ้งมีแยกจำหน่ายเป็นถ้วย

 


ในบุฟเฟต์ยังไม่มีของหวานแถมให้ ต้องสั่งเองต่างหากครับ

 

          ครั้งนี้ทีมงานเลือกแบบ “พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” ราคา (379 ฿) และเพิ่มรายการบุฟเฟต์ชีสราคา (99 ฿) แต่สำหรับคนรักแซลมอนซาซิมิ และชีส ให้เลือกจ่ายราคา (119 ฿) ก็จะได้ทานทั้งคู่ *โปรโมชั่นบุฟเฟต์แซลมอนซาซิมิ และชีส เฉพาะท่านที่สั่ง “พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” (379 ฿) เท่านั้นครับ
          ใครไม่อยากทานชีส และชีสสี่ดิปแบบบุฟเฟต์ สามารถสั่งทีละถ้วยได้ในราคา (49 ฿) ส่วนคนที่ไม่ได้ทานชุด “พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” (379 ฿) สามารถซื้อมันกุ้งเพื่อใส่กับซุปต้มยำแก้วละ (39 ฿) ส่วนราคาเครื่องดื่มประเภท Refiil อยู่ที่ (39 ฿)

 

...
Responsive image
Share
สถานที่อบอุ่นเล็กๆ แต่เป็นสเป็คข...
สถานที่อบอุ่นเล็กๆ แต่เป็นสเป็คของคนรักชาบูชีส เพียงมาลองครั้งเดียว...
สถานที่อบอุ่นเล็กๆ แต่เป็นสเป็คของคนรักชาบูชีส เพียงมาลองครั้งเดียว จะต้องร้องขอกลับมาซ้ำอีก !

Responsive image
Share
Happy Pot Shabu บุฟเฟต์ชาบูชีส เ...
Happy Pot Shabu บุฟเฟต์ชาบูชีส เติมชีสได้ไม่อั้น ให้ได้เพลิดเพลินกั...
Happy Pot Shabu บุฟเฟต์ชาบูชีส เติมชีสได้ไม่อั้น ให้ได้เพลิดเพลินกับหม้อแห่งความสุขในราคา 299 ฿

Responsive image
Share
Street Seafood ร้านที่รู้ใจนักชิ...
Street Seafood ร้านที่รู้ใจนักชิมบุฟเฟต์อาหารทะเลสดๆ กับสโลแกน “เสี...
Street Seafood ร้านที่รู้ใจนักชิมบุฟเฟต์อาหารทะเลสดๆ กับสโลแกน “เสียหายไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้”

Responsive image
Share
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอ...
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารทะเลเเบบจัดเต็ม น้ำจิ้มเด็ดเข้น...
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารทะเลเเบบจัดเต็ม น้ำจิ้มเด็ดเข้นข้ม ราคาสุดคุ้มค่า

Responsive image
Share
รีวิวจัดเต็มทุกเมนูเอาใจสายเนื้อ...
รีวิวจัดเต็มทุกเมนูเอาใจสายเนื้อ กับบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสุดฟินในราคา 3...
รีวิวจัดเต็มทุกเมนูเอาใจสายเนื้อ กับบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสุดฟินในราคา 399 บาททานได้ไม่อั้น

บรรยากาศภายในร้าน
          การตกแต่งบรรยากาศภายในร้านเป็นสไตล์ญี่ปุ่น ผสานความเป็นลอฟท์ที่ดูเท่มีสไตล์กับผนังอิฐ และผนังปูนเปลือย ติดโคมไฟแขวนเพื่อให้บรรยากาศภายในร้านดูสว่าง และสบายตาขึ้น ส่วนโต๊ะได้นำไม้มาทำเป็นขอบโต๊ะช่วยเพิ่มความอบอุ่นขึ้น อีกสิ่งที่สะดุดตาคือโลโก้ร้านด้านล่างจะคล้ายรูป “รอยยิ้ม” ทางร้านบอกว่าอยากให้ลูกค้ามีความสุขทุกครั้งที่มา ส่วนโลโก้ด้านบนที่เป็นรูปควันหมายถึง “หม้อชาบู” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของร้าน และสีส้มแสดงถึงความสดใส ทางร้านต้องการให้ทุกคนสนุกกับการทานเต็มที่


ทางเข้าร้านมีโลโก้เด่นเป็นสัญลักษณ์

 


ที่นั่งชั้นล่างตรงผนังปูนเปลือยพิงได้สบาย ให้อารมณ์เท่ๆ ไปอีกแบบ

 

    SPONSORED


 ชั้นล่างมีผนัง 2 แบบ ด้านนี้เป็นผนังอิฐ

 


 ด้านบนพื้นที่จะดูยาวขึ้น ช่วยเสริมที่นั่งได้สะดวกขึ้น

          ที่นี่แบ่งเป็น 2 ชั้น รับได้สูงสุด 70 กว่าท่าน ใครที่เป็นกลุ่มใหญ่ 5 ท่านขึ้นไป หรือต้องการจัดงานเลี้ยงแบบส่วนตัวประมาณ 20-30 ท่าน ควรโทรจองล่วงหน้า เพื่อทางร้านจะได้เตรียมพื้นที่ของชั้นบนให้พร้อม ซึ่งจะมีเนื้อที่ให้เสริมโต๊ะยาว และเก้าอี้ได้มากกว่าชั้นล่าง ส่วนการทานบุฟเฟต์ที่นี่ไม่ต้องเดินไปตักอาหารด้วยตัวเอง เพียงแค่จดจำนวนอาหารให้พนักงาน จากนั้นรออาหารมาเสิร์ฟถึงโต๊ะได้เลย

 

อาหาร+อุปกรณ์
น้ำซุป
          หม้อชาบูสามารถใส่น้ำซุปได้ 2 แบบ ทีมงานจึงเลือก “ซุปต้มยำ” และ “ซุปใสดาชิ” เพราะอยากให้อาหารได้รสชาติไทยจาก “ซุปต้มยำ” พร้อมกับ“ซุปใสดาชิ” สไตล์ญี่ปุ่นให้รู้สึกเหมือนทานคลีนไปในตัว  

           
 “ซุปต้มยำ” (ซ้าย) และ “ซุปใสดาชิ” (ขวา) เหมาะกับคนชอบซุปสไตล์ไทย และห่วงใยสุขภาพ

 


มันกุ้ง และสมุนไพร ช่วยเพิ่มรสชาติให้ซุปต้มยำมีสีสัน และจัดจ้าน

 


ซุปดำโอชา (ซ้าย) และ ซุปใสดาชิ (ขวา) เหมาะกับคนชอบซุปสไตล์ญี่ปุ่น และห่วงใยสุขภาพ


          หลายคนคงสงสัยว่าทำไมมีหม้อชาบูถึง 2 ใบ ครั้งนี้ทางร้านโอชา ชาบู เปลี่ยนหม้อใหม่อีกใบ และใส่ “ซุปดำโอชา” คู่กับ “ซุปใสดาชิ” เพื่อให้ทีมงานได้เห็นน้ำซุปครบทุกแบบของร้านครับ ซึ่งปกติการมาทานบุฟเฟต์หากเลือกน้ำซุปแบบไหนตั้งแต่แรก จะไม่สามารถเปลี่ยนได้ภายหลังนะครับ

วิธีทานน้ำซุปให้อร่อย
          เทมันกุ้ง และสมุนไพร (ข่า, ตะไคร้, ใบมะกรูด, พริกสด) ลงในซุปต้มยำ จากนั้นคนให้เข้ากัน สาเหตุที่ทางร้านไม่ปรุงรสชาติซุปต้มยำมาให้เลย แต่แยกมันกุ้ง และสมุนไพรไว้ต่างหาก เผื่อลูกค้าบางท่านไม่ทานรสจัดจ้านจะได้ใส่ปริมาณเท่าที่ต้องการได้ ส่วนคนที่ต้องการเพิ่มรสจัดจ้านให้น้ำซุปต้มยำมากขึ้น สามารถขอพริกสดเพิ่มจากที่ร้านได้ครับ
          ส่วนการเทไข่ไก่ลงใน “ซุปใสดาชิ” เพื่อเพิ่มความหอมมัน แต่ถ้าใครเคร่งครัดการทานคลีน ยังไม่ต้องใส่ไข่ไก่ในซุปก็ได้ครับ


 เทมันกุ้ง และสมุนไพรลงใน “ซุปต้มยำ”

 


เทไข่ไก่ลงใน “ซุปใสดาชิ”

ความรู้สึกต่อน้ำซุปต้มยำ :
          ซุปต้มยำยิ่งใส่มันกุ้ง และสมุนไพรต่างๆ ลงไป ช่วยให้น้ำต้มยำจัดจ้าน มีรสชาติเข้มข้นแบบไทยๆ มากขึ้น ผมว่าใส่มันกุ้งเพียงแก้วเดียว ก็สามารถทำให้ซุปต้มยำมีรสกลมกล่อมแล้วครับ แต่ใครที่อยากให้ซุปต้มยำเข้มข้นเป็นพิเศษ อาจต้องสั่งมันกุ้งแก้วต่อไปเพื่อใส่เพิ่ม ส่วนคนที่ชอบซุปต้มยำแบบน้ำใส ไม่ต้องใส่มันกุ้งก็เข้าถึงรสชาติต้มยำเช่นเดียวกัน

ความรู้สึกต่อน้ำซุปใสดาชิ :
          คนทานคลีน และชอบน้ำซุปรสอ่อนที่ไม่ผ่านการปรุงรสเกินไป จะชอบซุปใสดาชิครับ บางคนที่ต้องการให้น้ำซุปมีรสชาติกลมกล่อมขึ้น เพียงใส่ไข่ไก่ลงไปในน้ำซุป จะได้รสชาติน่าทานมากกว่าเดิม 
ความรู้สึกต่อน้ำซุปดำโอชา :
          เป็นซุปชนิดเดียวที่ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มก็ได้หลายรส เพราะน้ำซุปจะออกหวานเล็กน้อย และมีรสเค็มนำพอประมาณตาม จึงช่วยตัดความจัดจ้านได้ดี

บุฟเฟต์ชีส
          “บุฟเฟต์ชีส” ที่ทีมงานเลือกจะมีชีสเชดด้า และชีสมอสซาเรลล่าในถ้วยเดียวกัน ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมมากขึ้น ทางร้านบอกว่าหากเลือกใช้ชีสมอสซาเรลล่าล้วนๆ ชีสจะยืดตัวได้ดี แต่จะขาดความหอมมัน และถ้าใช้ชีสเชดด้าอย่างเดียว จะได้ความเค็มนำเกินพอดี จึงเป็นเหตุผลที่ต้องเลือกใช้ชีส 2 ชนิดรวมกัน
          ส่วนชีสที่ทีมงานยังไม่ได้มีโอกาสลองคือ “บุฟเฟต์ชีสสี่ ดิป” ทางร้านบอกว่าได้ใช้ชีสเชดด้า ผสมชีสมอสซาเรลล่า และนำไปปรุงอีกทีเพื่อให้ลูกค้าพร้อมทาน

ขั้นตอนทานบุฟเฟต์ชีสให้อร่อย


ทางร้านให้ชีสเชดด้า และชีสมอสซาเรลล่า ใส่มาถ้วยเดียวกัน

 


นำชีสใส่กระบวย และไปละลายกับซุป ไม่ควรจุ่มชีสลึกจนเกินไป
เพราะชีสจะลอยตัวจนควบคุมยากระหว่างนี้ให้เขย่าเบาๆ ประมาณ 1 นาที เมื่อชีสเริ่มยืด เตรียมนำเนื้อต่างๆ มาจุ่มชีส

 


เลือกเมนูซีฟู้ดอย่างกุ้งแม่น้ำจุ่มกับชีส และดึงขึ้นมา กุ้งจะถูกชีสปกคลุมหนา และยืดตัวขึ้นมาได้ดี

 


ใส่ชีสยิ่งเยอะ ชีสจะยิ่งเกาะตัวแน่น เช่นเดียวกับหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์กับชีสในภาพ

 


ถ้าเลือกทานเนื้อกับชีส ให้นำเนื้อใส่กระบวยก่อน ตามด้วยการโรยชีสให้ทั่ว และเตรียมจุ่มลงในซุป

 


ผ่านไป 1 นาที ค่อยดึงเนื้อกับชีสขึ้นมาพร้อมกัน ส่วนวิธีทานอีกแบบคือ ลวกแต่ชีสแล้วค่อยนำชีสไปราดบนเนื้อทีหลัง


ความรู้สึกต่อบุฟเฟต์ชีส :
          มีชีสทั้ง 2 แบบให้ทานพร้อมกันทั้งชีสเชดด้า และชีสมอสซาเรลล่า จึงได้รสชาติชีสเข้มข้นครบเครื่อง คนชอบเมนูชีสแบบไม่อั้นน่าจะถูกใจมาก ถ้าใครทานบุฟเฟต์เก่งๆ และทานชีสค่อนข้างเยอะ ผมว่าถ้วยที่ใส่ชีสมา ขนาดค่อนข้างเล็กเกินไป ทำให้ต้องขอชีสจากพนักงานเพิ่มบ่อยทีเดียวครับ

 

น้ำจิ้ม
          อีกสิ่งหนึ่งในร้านที่มี 2 สไตล์ทั้งญี่ปุ่น และไทย คือ “น้ำจิ้ม” น้ำจิ้มพอนสึ และน้ำจิ้มงาขาว แทนสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนน้ำจิ้มสุกี้แดง แทนความเป็นไทย


(จากซ้าย) น้ำจิ้มพอนสึ น้ำจิ้มสุกี้ และน้ำจิ้มงาขาว

 


มีเครื่องปรุงของไทยให้เติมความอร่อยในน้ำจิ้ม

 


น้ำจิ้มพอนสึ ใส่ผักลงไป เท่ากับใส่ใจสุขภาพ

 


ทานเนื้อกับน้ำจิ้มงาขาว ช่วยให้เนื้อนุ่ม หอม อร่อย

 


น้ำจิ้มสุกี้แดง เพิ่มความจัดจ้านได้ไม่จำกัดกับเครื่องปรุง

ความรู้สึกต่อน้ำจิ้มพอนสึ : รสออกเปรี้ยว หวาน เค็มนำนิดๆ ครับ จัดว่าเป็นน้ำจิ้มที่มีความเป็นญี่ปุ่นสูงสุดของร้าน
ความรู้สึกต่อน้ำจิ้มงาขาว : น้ำจิ้มจะหอมงาคั่วมาก เหมาะนำไปทานกับเนื้อ ซึ่งทางร้านได้ปรับรสชาติให้เข้มข้นถูกปากคนไทยมากขึ้น
ความรู้สึกต่อน้ำจิ้มสุกี้แดง : ก่อนเติมพริกรสชาติจะไม่จัดจ้าน แต่หลังจากใส่พริก,กระเทียม, มะนาวลงไป รสชาติที่ได้จัดจ้านแบบไทยแท้ 

ออเดิร์ฟ
          เมนูออเดิร์ฟที่ร้านมี 2 อย่างคือ สลัดปูอัด และยำสาหร่ายไข่กุ้ง ใครมาถึงจะสั่งทานเลย หรือจะเก็บไว้ทานตอนปิดท้ายได้ทั้งนั้นครับ


ยำสาหร่ายไข่กุ้ง (ซ้าย) และสลัดปูอัด (ขวา)

ความรู้สึกต่อสลัดปูอัด : สลัดปูอัดจะมีผักเซเลอรี่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ทานง่าย กลิ่นฉุนอ่อนๆ แต่ได้ประโยชน์ต่อร่างกายสูง
ความรู้สึกต่อยำสาหร่ายไข่กุ้ง : สาหร่ายแต่ละเส้นจะกรอบ และยังมีไข่กุ้งเยอะชวนให้เคี้ยวเพลินขึ้น

เส้นคูซูคิริ และไข่ไก่
          เส้นคูซูคิริเป็นเส้นที่ไม่ได้เห็นมีกันทุกร้าน ทานคู่กับน้ำซุปดำโอชาแล้วเกิดเคมีลงตัวครับ


เส้นคูซูคิริ และไข่ไก่

 


เส้นคูซูคิริ เมื่อจุ่มลงในซุปดำโอชา สีเส้นจากขาวขุ่น เปลี่ยนเป็นสีใส

 


 จุ่มเนื้อริบอายกับไข่ไก่ ก่อนนำลงในซุปดำโอชารสชาติจะมันหวาน ทานได้รสที่เข้ากัน

ความรู้สึกต่อเส้นคูซูคิริ และไข่ไก่:
          เพราะเส้นจะดูดน้ำซุปดำ ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้เส้น เมื่อทานหลังจากนำไปต้มจะเหนียว นุ่ม และหนึบ ไข่ไก่ทางร้านขนาดฟองกำลังดี ช่วยเพิ่มรสชาติให้เนื้อต่างๆ หอมมันขึ้น

หมูโอชา
          เป็นเนื้อหมูผสมกับสาหร่าย และพริกไทย


หมูโอชา

ความรู้สึกต่อหมูโอชา :
          เนื้อหมูจะหอมสาหร่าย และพริกไทย เป็นเนื้อที่นุ่ม มีความละเอียด คล้ายได้มาทานหมูสับ ผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างมีอายุถ้าได้ทานคงชอบเมนูนี้เพราะทานง่าย ถ้าใครไม่ทานหมูทางร้านยังมีไก่โอชาด้วยครับ แต่ทางทีมงานได้เลือกททานหมูโอชาอย่างเดียว เพราะทางร้านบอกว่าหมูโอชาลูกค้าจะให้ความสนใจมากกว่าครับ

ลูกชิ้น
          “ลูกชิ้นไส้ชีส” ให้สังเกตุเนื้อลูกชิ้น สีจะอ่อนกว่า และมี ขนาดเล็กกว่า “ลูกชิ้นปลาไส้เห็ดหอม”


ด้านหลังคือ “ลูกชิ้นไส้ชีส” ส่วนด้านหน้าคือ “ลูกชิ้นปลาไส้เห็ดหอม”

 


ชีสข้างในของ “ลูกชิ้นไส้ชีส” ไหลออกมาเป็นลาวาชีส

 


“ลูกชิ้นปลาไส้เห็ดหอม” ข้างในไส้สีจะเข้มเพราะมีส่วนผสมหนักแน่น 

ความรู้สึกต่อลูกชิ้นไส้ชีส :
          ข้างในลูกชิ้นจะมีชีสมอสซาเรลล่าอัดแน่น ทานเข้าไปจะได้ชีสเต็มคำ ถ้าอยากลองทานชีสหนักขึ้น ลองนำลูกชิ้นไปจุ่มชีสอีกที จะรู้สึกเหมือนได้ทานลูกชิ้นเคลือบชีส  
ความรู้สึกต่อลูกชิ้นปลาไส้เห็ดหอม :
          ข้างในลูกชิ้นมีไส้เห็ดหอมผสมหมูสับ เลือกทานกับซุปใสดาชิก็ลงตัว เพราะความเข้มข้นของไส้ และรสชาติของลูกชิ้นปลามีความเข้มข้นอยู่ในตัว ทานพร้อมกับซุปใสดาชิรสชาติจะกำลังพอดี

เนื้อ
          เริ่มเข้าสู่เมนูของ “พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” อย่างเนื้อก็จะมี เนื้อโคขุนสันคอ, เนื้อโคขุนริบอาย และเนื้อลายพิเศษ


เนื้อโคขุนสันคอ

 


เนื้อโคขุนริบอาย

 


เพิ่มความกลมกล่อมให้เนื้อโคขุนริบอาย ด้วยซุปดำโอชา

 


เนื้อลายพิเศษ

ความรู้สึกต่อเนื้อโคขุนสันคอ :
          จะมีมันแทรกน้อยสุด หลังจากนำไปจุ่มในน้ำซุปเนื้อจะนุ่ม เคี้ยวได้เพลิน 
ความรู้สึกต่อเนื้อโคขุนริบอาย :
          จะมีมันอยู่บริเวณข้างๆ ริบอายมีขนาดใหญ่กว่าเนื้ออื่น และเหนียวกว่าสันคอเล็กน้อย ถ้านำริบอายจุ่มกับไข่ก่อน และทานกับซุปดำโอชา รสชาติของเนื้อริบอายจะกลมกล่อม และหวานมันครับ
ความรู้สึกต่อเนื้อลายพิเศษ :
          เนื้อลายถือว่ามีส่วนมันมากที่สุด ก่อนนำลงซุปจะเห็นว่าเนื้อดูบาง สีจะอ่อน แต่หลังจากนำไปต้มเนื้อลายจะดูหน้าขึ้นได้เนื้อที่ดูหนาขึ้น ความบางหายไปทันที

ซีฟู้ด
          ซีฟู้ดของทางร้านมีขนาดใหญ่พอสมควรทั้งปูม้า, กุ้งแม่น้ำ, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และท้องปลาแซลมอน ถ้ามากันกลุ่มใหญ่ อาหารน่าจะล้นหม้อได้ครับ


 ปูม้า และกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ทั้งคู่ ใส่มาไม่กี้ชิ้นก็เต็มถาดแล้วครับ

 


กุ้งแม่น้ำมีเนื้อขาวแน่น แต่หัวกุ้งส่วนที่เป็นมันน้อยไปหน่อยครับ

 

 


ปูม้าได้เนื้อเยอะเหมือนกัน

 


กุ้งแม่น้ำทานกับน้ำจิ้มสุกี้แดงแบบพริก กระเทียม เหมาะคนชอบซีฟู้ดรสจัดจ้าน

 


 หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เนื้อขนาดนี้ทานทีเต็มคำ

 


นำหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ใส่ชีสให้หนา จะได้รสชาติหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ที่เข้มข้นขึ้น

 


ท้องปลาแซลมอนมีหนังติดมาบางๆ แต่หั่นมายาวกำลังดี

ความรู้สึกต่อปูม้า :
          ลำตัวของปูม้าดูใหญ่ เนื้อแน่น และหวาน ทานกับน้ำจิ้มสุกี้แดงได้รสชาติจัดจ้านเข้ากับเนื้อปูม้าดีครับ
ความรู้สึกต่อกุ้งแม่น้ำ :
          เนื้อกุ้งแม่น้ำหนาเด้ง ชีสจึงเกาะตัวกับเนื้อกุ้งได้ดี ช่วยให้ยืดชีสง่ายขึ้น
ความรู้สึกต่อหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ :
          หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่เนื้อแน่น แต่เมื่อนำมาจุ่มชีสอาจทำให้แกะเนื้อหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ออกจากเปลือกยากไปบ้าง ต้องใจเย็นๆ ครับ
ความรู้สึกต่อท้องปลาแซลมอน :
          ท้องปลาแซลมอนถึงเนื้อเยอะใช้ได้ รู้สึกเหมือนได้ทานส่วนเนื้อแซลมอนไปในตัว


ช้อนยังเป็นสีส้มซึ่งเข้ากับคอนเซ็ปต์ร้าน ส่วนขนาดช้อน และถ้วยค่อนข้างใหญ่ ช่วยรองรับอาหารได้มาก

เครื่องดื่ม
          เครื่องดื่มสามารถบริการตัวเองได้เลยจะเป็นแบบ Refill มีชาเขียว, ชามะนาว, น้ำพั้นซ์, น้ำอัดลม และ น้ำเปล่า ราคา (39 ฿) และสามารถเปลี่ยนเมนูน้ำได้ทุกครั้งที่เติมครับ  


ตู้เครื่องดื่ม Refill มีชั้นล่างที่เดียวครับ

 


น้ำพั้นซ์ (ซ้าย) และชาเขียว (ขวา)

ความรู้สึกต่อเครื่องดื่ม :
          น้ำมีให้เลือกหลายแบบ ถึงชั้นบนจะมีน้ำใส่เหยือกไว้ให้พร้อม แต่อนาคตอยากให้ชั้นบนมีตู้เครื่องดื่มเหมือนชั้นล่างครับ เผื่อว่าลูกค้าบางท่านที่ทานด้านบน อยากได้บริการเรื่องเครื่องดื่มรูปแบบเดียวกับชั้นล่างครับ

การเดินทาง


เมื่อเจออาคารมโนรม ให้หันหน้าไปทางป้ายมโนรม จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยประมาณ 50 เมตร

 


แผนที่จาก Facebook ร้านโอชา ชาบู

          คนที่นำรถส่วนตัวมาให้ขับมาเส้นพระราม 4 ร้านโอชา ชาบู จะอยู่ในซอยมโนรม ติดกับโลตัสพระราม 4 และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตึกช่อง 3 
          
สามารถจอดรถด้านหน้าร้านในซอยมโนรมได้ทั้งหมด โดยทางร้านจะแสตมป์บัตรจอดรถให้ฟรี 1.30 ชั่วโมง หรือลูกค้าสะดวกนำรถไปจอดที่โลตัส พระราม 4 จะจอดฟรีได้ 3 ชั่วโมง เดินมาจากโลตัส พระราม 4 อีก 100 เมตร ก็จะถึงร้านโอชา ชาบู
          ใครมารถไฟฟ้าใต้ดินให้ลงที่สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ออกประตูที่ 1 “ซอยไผ่สิงห์โต แยกพระราม4” แล้วต่อมอเตอร์ไซค์ หรือแท็กซี่ (บอกว่ามาซอยมโนรม ข้างโลตัสพระราม 4)

SPONSORED

การประเมิน และให้คะแนน

รูปแบบของการประเมิน

คะแนน

รสชาติอาหาร

4.4

บรรยากาศ

4.3

การบริการ

4.3

ความคุ้มค่า

3.8

คะแนนเฉลี่ย

4.2

 

 

          ร้านโอชา ชาบู แม้จะเป็นบุฟเฟต์สไตล์ญี่ปุ่น แต่ไม่ลืมใส่ความเป็นไทยเข้าไปทั้งชื่อร้าน และเครื่องปรุงต่างๆ ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีมากครับ
          บรรยากาศภายในร้านดูมีหลายสไตล์ เพราะมีการตกแต่งผนังอีกด้านเป็นปูนเปลือย และอีกด้านเป็นผนังอิฐ ตรงผนังปูนเปลือยยังมีหมอนให้พิงหลังไว้บริการ ถือเป็นความใส่ใจของทางร้านที่อยากให้ลูกค้าสัมผัสบรรยากาศภายในร้านสบายๆ
          ในราคา (299 ฿) และ “พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” ราคา (379 ฿) จะไม่มีของหวานแถมในรายการครับ ที่มีให้เป็นรายการออเดิร์ฟเท่านั้นคือ สลัดปูอัด และยำสาหร่ายไข่กุ้ง สำหรับใครที่อยากทานของหวานเมนูใหม่อย่าง Melon Ice Cream จะต้องซื้อแยกต่างหาก (49 ฿)
          ครั้งนี้ทีมงานไม่ได้เน้นสั่งผัก เพราะเห็นว่ารายการออเดิร์ฟจากทางร้านทั้ง 2 อย่าง มีคุณประโยชน์ไม้แพ้ผักสดชนิดอื่นๆ เลยครับ ส่วนใครทานบุฟเฟต์ และขาดผักสดไม่ได้ทางร้านมีให้เลือกหลายอย่าง เช่น ผักกาดขาว, ผักบุ้ง, กวางตุ้งไต้หวัน, เห็ดเข็มทอง, เห็ดออรินจิ เป็นต้น
          น้ำจิ้มที่นี่บางอย่างเป็นสไตล์ญี่ปุ่น แต่ด้วยเครื่องปรุงที่ทางร้านเตรียมไว้ รสชาติน้ำจิ้มน่าจะถูกปากคนไทยไม่ยาก ส่วนตัวชอบน้ำจิ้มงาเพราะช่วยเพิ่มความหอมหวานให้เนื้อมากขึ้น รองลงมาคือน้ำจิ้มสุกี้แดงที่สามารถเติมพริก กระเทียม ได้ตามต้องการ
          ส่วนเรื่องซุปต้มยำต่อให้ไม่ต้องมีเครื่องปรุงก็มีรสชาติสไตล์ไทยอยู่แล้ว แต่ทางร้านยังต้องการให้รสชาติซุปต้มยำครบเครื่องมากขึ้นจึงเสริมด้วย “มันกุ้ง”
          ใครที่ไม่ได้เลือกทานโปรโมชั่นใหม่บุฟเฟต์แซลมอนซาซิมิ และชีส (119 ฿) แต่เลือกทานบุฟเฟต์ชีส (99 &) แบบทีมงาน ไม่ต้องกลัวพลาดรสชาติของแซลมอน เพราะถ้าเลือกทาน “พรีเมี่ยมบุฟเฟต์” ราคา (379 ฿) จะได้พบ “ท้องปลาแซลมอน” ที่น่าสนใจไม่แพ้เนื้อของแซลมอนซาซิมิ
        
 การปรับความร้อนของหม้อชาบูให้ตั้งที่หมายเลข 5-6 กำลังดีครับ หากเร่งไฟให้แรงกว่านี้ เมื่อต้มไปนานๆ เนื้อที่ได้จะแห้งมากไป ทำให้สูญเสียความอร่อยของรสชาติเนื้อครับ
          “ชีส” กับ “ชีสสี่ ดิป” ความต่างคือ ชีส ที่มีทั้ง ชีสเชดด้า และชีสมอสซาเรลล่า ทางร้านจะเสิร์ฟให้เป็นถ้วยเพื่อให้เรามาจุ่มกับทานกับเนื้อในหม้อชาบูของเราเอง แต่ชีสสี่ ดิป ทางร้านจะทำเป็นชีสดิป ที่มีลักษณะเหลวข้น ให้ชีสดูยืดพร้อมให้ลูกค้าจิ้มทานกับเนื้อต่างๆ ได้เลย โดยที่ไม่ต้องนำชีสสี่ ดิปไปลวกอีกครับ
          ช่วงพักเที่ยงวันธรรมดาบางวันโต๊ะอาจเต็ม เพราะแถวนี้มีออฟฟิศตั้งอยู่หลายแห่ง ส่วนวันหยุดโดยมากจะเต็มช่วงเย็น ใครตั้งใจมาทานลองติดต่อสอบถามทางร้านก่อนมาดีกว่านะครับ          

จุดเด่นของร้านโอชา ชาบู

          1.ซุปต้มยำมีเครื่องเคียงอย่างมันกุ้ง มาพร้อมสมุนไพร จึงช่วยเพิ่มรสชาติให้น้ำซุปต้มยำเข้มข้นขึ้น แต่ไม่ถึงกับจัดจ้านเกินไป จึงถูกใจทั้งคนทานรสจัด และทานรสชาติปกติ

          2. สำหรับน้ำจิ้มสุกี้แดง ถ้าทานแล้วยังคิดว่าไม่จัดจ้านพอ ยังมีพริกให้เติมได้ตลอดครับ

          3. ทางร้านมีชีสให้เลือก 2 แบบ ทั้งชีส และชีสสี่ ดิป ทำให้คนชอบชีสมีความสุขในการที่ได้มาทานมากขึ้น เพราะบางร้านเน้นชีสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

          4.มาทานที่นี่ไม่ต้องลุกเดินไปตักอาหารเอง เพียงแค่จดจำนวนรายการอาหารให้ทางร้าน และรอพนักงานเสิร์ฟถึงที่ ทำให้ร้านดูไม่พลุกพล่านเพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ประจำโต๊ะของตัวเอง ยกเว้นเครื่องดื่ม Refill ที่ลูกค้าจะต้องเดินบริการตัวเอง

          5. รายการอาหารออเดิร์ฟมีให้ลูกค้าที่ทานแบบ (299 ฿) และ (379 ฿) ถือเป็นโปรโมชั่นเท่าเทียมกัน ที่ตั้งใจให้ลูกค้าทุกคนมีโอกาสลองทานของอร่อย และมีประโยชน์

          6. เมนูเส้น “เส้นคูซูคิริ” ร้านชาบูบางแห่งยังไม่มี แต่มาที่ร้านโอชา ชาบู มีให้ทานแน่นอน

 

ข้อเสนอแนะ

          1. อยากให้มีของหวานแถมรวมในบุฟเฟต์ครับ เช่น เค้กชิ้นเล็กๆ, ไอศกรีม, น้ำแข็งใส เป็นต้น เผื่อคนที่มีงบประมาณจำกัด มีสิทธิ์ได้ทานของหวานโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

          2. เมนูออเดิร์ฟนอกจากทางร้านมีเมนูสุขภาพสไตล์ญี่ปุ่น อยากให้เพิ่มเมนูออเดิร์ฟที่เป็นของทอด เช่นไก่ทอด, เปาะเปี๊ยะทอด หรืออาหารเบาๆ สไตล์ไทยบ้างเช่น ส้มตำ, ยำต่างๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้เมนูออเดิร์ฟดูน่าสนใจขึ้นครับ

          3. อยากให้ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดเพิ่มเข้ามา จะได้มีน้ำจิ้มรสจัดจ้านสไตล์ไทย 2 แบบ เพราะตอนนี้ทางร้านมีน้ำจิ้มสไตล์ไทยแบบเดียวคือ น้ำจิ้มสุกี้แดง

          ร้านโอชา ชาบู เป็นอีกร้านที่รวมรสชาติ 2 สไตล์ ทั้งไทย และญี่ปุ่น ไว้ในที่เดียว และตอบโจทย์คนรักชาบูชีสทั้ง ชีสเชดด้า, ชีสมอสซาเรล และชีสสี่ ดิป อีกเมนูโปรดของคนไทยคือ “ซุปต้มยำ” ที่มี “มันกุ้ง” ช่วยนำเสนอรสชาติความเป็นไทยให้กับซุป ชัดเจนขึ้น ใครไม่เคยทานบุฟเฟต์ที่มีความน่าสนใจทั้งเมนูต่างๆ , ชีส และซุปหลายแบบ ต้องหาโอกาสมาพิสูจน์รสชาติด้วยตัวเองสักครั้งครับ 

  

299.00 - 379.00 บาท
Rating Distribution
รสชาติอาหาร
4.40
การบริการ
4.30
ความสะอาด
4.30
ตกแต่งสถานที่
4.30
ราคาเหมาะสม
3.80
แผนที่ร้าน โอชา ชาบู
ที่อยู่ :
ข้างโลตัสพระราม 4 ตรงข้ามตึกช่อง3 ซอยมโนรม ถนนพระราม 4 ต. คลองตัน อ. เขตคลองเตย จ. กรุงเทพมหานคร ประเทศ Thailand
เบอร์ติดต่อ :
098-551-1880
ช่วงเวลา :
เปิดทุกวัน 11.30-22.00 น. (รับลูกค้าถึง 21.00 น.)
ช่วงราคา :
299.00 - 379.00 บาท
ที่จอดรถ :
มี
รับบัตรเครดิต :
ไม่มี
รับจองล่วงหน้า :
มี

TOP