[รีวิว] ม็อกกิ้ง เทลส์ (Mocking Tales) "ร้านขนม" ตอนกลางวัน "ร้านนั่งดื่ม" ตอนกลางคืน หลากหลายเมนูจากเทพนิยาย @ทองหล่อ 4

          สวัสดีค่ะทุกท่านครั้งนี้เราจะมาแนะนำร้านขนมแนวใหม่อยู่กันที่ “ม็อกกิ้ง เทลส์” ร้านขนมและค็อกเทลแนวใหม่ที่เสิร์ฟ ขนม ไอศกรีม กาแฟ และน้ำผลไม้ ในตอนกลางวัน เสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทล ในตอนกลางคืน เพราะร้านนี้มี 2 คอนเซ็ปต์ “Day Dessert” และ “Night Bar” เข้ามาแล้วเหมือนได้อยู่ปราสาทร้างในเทพนิยาย ซึ่งมีหุ่นอัศวินทำหน้าที่ปกป้องปราสาทแห่งนี้ การตกแต่งร้านได้แรงบันดาลใจจากมิวสิคัลเรื่อง “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast)” คอนเซ็ปต์ตอนกลางวัน (Day Dessert) จะมีเครื่องดื่มต่างๆ เช่น กาแฟ  พร้อมเมนูของหวานสอดคล้องตามบทละคร (Chapter)

...
Responsive image
Share
HOTTO BUN บันรสเทพหน้าตานางฟ้า อ...
HOTTO BUN บันรสเทพหน้าตานางฟ้า อัดแน่นไปด้วยไส้ล้นทะลัก ในสไตล์ Foo...
HOTTO BUN บันรสเทพหน้าตานางฟ้า อัดแน่นไปด้วยไส้ล้นทะลัก ในสไตล์ Food Truck สุดฮิปอินเทรนด์

Responsive image
Share
จุดนับพบคนรักสัตว์นานาชนิดที่ ร้...
จุดนับพบคนรักสัตว์นานาชนิดที่ ร้าน Little Zoo Cafe ตั้งอยู่ในโครงกา...
จุดนับพบคนรักสัตว์นานาชนิดที่ ร้าน Little Zoo Cafe ตั้งอยู่ในโครงการสุโขทัย 99 เมืองทองธานี !

Responsive image
Share
“ศรีเหลืองโภชนา” เมนูไฮไลท์คือ ข...
“ศรีเหลืองโภชนา” เมนูไฮไลท์คือ ข้าวมันไก่ไจแอนท์ ใครสามารถทานหมดคนเ...
“ศรีเหลืองโภชนา” เมนูไฮไลท์คือ ข้าวมันไก่ไจแอนท์ ใครสามารถทานหมดคนเดียว 1 ชม. ไม่ต้องจ่าย

Responsive image
Share
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอ...
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารทะเลเเบบจัดเต็ม น้ำจิ้มเด็ดเข้น...
ร้านอาหารซีฟู้ดแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารทะเลเเบบจัดเต็ม น้ำจิ้มเด็ดเข้นข้ม ราคาสุดคุ้มค่า

Responsive image
Share
หนี่ห่าวววว Ryoii มีติ่มซำบุฟเฟ่...
หนี่ห่าวววว Ryoii มีติ่มซำบุฟเฟ่ต์อร่อย มาเสิร์ฟค่ะ บอกได้เลยว่าฟิน...
หนี่ห่าวววว Ryoii มีติ่มซำบุฟเฟ่ต์อร่อย มาเสิร์ฟค่ะ บอกได้เลยว่าฟินสุด!

          แนวคิดของร้านนี้สร้างเมนูขึ้นมาจากเทพนิยายเรื่องต่างๆ โดยแต่ละช่วงจะแบ่งเมนูออกเป็นแต่ละ Chapter โดยช่วงที่ทีมงานเข้าไปรีวิวนี้จะเป็นเมนูเด่นที่อยู่ใน Chapter 1 เกือบทั้งหมด คือ ภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain) (480 ฿), แอปเปิ้ลอาบยาพิษ (Poison Apple) (260 ฿), พระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป (Blood Moon and the  Missing Rabbit) (200 ฿) และเครื่องดื่ม Mocking Tea (180 ฿)

          สำหรับธีม night bar นั้นจะเริ่มที่ช่วงค่ำประมาณ 19.00 น. โดยทางร้านจะเปลี่ยนโหมดบรรยากาศภายในร้านให้มืดลง และเริ่มเสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป และจะปิดรับเมนูของหวานเวลา  22.00 น. ส่วนกาแฟจะปิดให้บริการเวลา 20.00 น.

 

การเดินทาง

          ใครที่ขับรถส่วนตัวมาเองให้เลี้ยวเข้าซอยทองหล่อ 4 ร้านตั้งอยู่ชั้น G ในโครงการ MAZE ที่จอดรถจะอยู่ทางซ้ายมือ ของชั้นใต้ดิน ในโครงการ MAZE มีที่ให้จอด 2 ชั้น รองรับได้ประมาณ 30 คัน สามารถประทับตราจอดรถกับทางร้านม็อกกิ้ง เทลส์ เพื่อรับบริการจอดรถฟรี 2 ชั่วโมง ถ้าจอดเกินจากนั้นจะเสียค่าจอดชั่วโมงละ 30 บาท

    SPONSORED

          ถ้ามารถไฟฟ้า BTS ให้ลง สถานีทองหล่อ” ออกประตู 3 จากนั้นต่อรถแท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์ หรือเดินเข้ามาที่ซอยทองหล่อ 4 เมื่อเจอโครงการ Maze เดินตรงเข้ามาจะเจอหุ่นอัศวินด้านหน้าร้าน

 

 


หน้าโครงการ MAZE

 


แผนที่จาก Facebook Mocking Tales

 

SPONSORED

 

 

เมนู และราคา

          ครั้งนี้ทีมงานได้สั่งเมนูของหวาน และเครื่องดื่ม Signature 4 รายการ คือ ภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain) (480 ฿) ,แอปเปิ้ลอาบยาพิษ (Poison Apple) (260 ฿), พระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป (Blood Moon and the  Missing Rabbit) (200 ฿) และเครื่องดื่ม Mocking Tea (180 ฿)

 

 


ภาพเมนูทางด้านซ้ายเป็นเมนู Signature ของ Chapter 1 ส่วนด้านขวาเป็นรสชาติไอศกรีมต่างๆ

          เฉพาะไอศกรีมรส Rum Cranberry ของเมนู “ภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain)” จะอยู่ในหมวด Chapter 2 ส่วนรายการที่เหลือเป็นเมนูจาก “Chapter 1” ทั้งหมดค่ะ

 

บรรยากาศภายในร้าน

          ทีมงานได้มาช่วงเย็น และยังเป็นเวลาของคอนเซ็ปต์ตอนกลางวัน (Day Dessert) จะเปิดเพลงสบายๆ เหมาะกับการนั่งชิมขนมที่มีหน้าตา และชื่อหลุดมาจากเทพนิยาย ร้านจะแบ่งเป็น 3 ชั้น คือชั้นใต้ดิน, ชั้นล่าง และชั้นบน ทีมงานได้เลือกนั่ง “ชั้นล่าง” จะคล้ายห้องประชุม และมีชั้นวางยาพิษหลายสูตรของเหล่าแม่มดในเทพนิยาย ถูกบรรจุในขวดวางเรียงกันเป็นชั้น ส่วน “ชั้นบน” เป็นโซนหอคอย ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจะมี 2 ฝั่ง ชั้นบนรองรับได้ประมาณ 10 ท่าน และ “ชั้นใต้ดิน” เหมือนเป็นห้องสมุด ด้านหน้าทางเข้าจะมีหีบสมบัติวางอยู่

 


 ด้านหน้าร้าน มีประตูเหล็กช่วยเล่นกับแสง และเงาได้ดี

 


โต๊ะทางด้านนอกหน้าร้าน จะมีหุ่นอัศวิน

 


ชั้นใต้ดิน เหมาะกับคนชอบนั่งหลบมุม

 


ที่ร้านมีเครื่องระบายอากาศ ช่วยเพิ่มความเย็นสบายมากขึ้น

 


เก้าอี้ออกแบบด้วยเหล็กดัด ช่วยให้เก้าอี้ดูหวานขึ้น

 


ทางขึ้นไปชั้นบน

 


ชั้นวางขวดยาพิษจะอยู่ชั้นล่าง

 


ยาพิษจำลองมีหลายสูตร

 

 
หน้ากากอัศวิน วางอยู่บนโต๊ะชั้นบน

 


แสงเทียนช่วยส่องสว่างให้ปราสาทแห่งนี้

Signature Menu

ภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain)

          เมนูภูเขาไฟลาวาเพลิงได้คอนเซ็พต์จาก เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์” ฉากทำลายแหวน และภูเขากำลังถล่ม มาพร้อมไอศกรีม 3 ลูก รสมิ้นท์ (Cookie Monster), รสลิ้นจี่ (Lychee Sorbet) และรสรัมลูกเกด (Rum Cranberry) ส่วนช็อกโกแลตทรงกรวย จะดูโดดเด่น และใช้เวลาทำนานที่สุดเช่นกัน หลังจากเบิร์นโคนช็อกโกแลตเสร็จ โคนช็อกโกแลตจะละลายตัวลงอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนการเบิร์นต้องให้พนักงานเป็นคนจัดการให้นะคะ

 


ภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain) (480 ฿) ราดซอสราสเบอรร์รี่ ให้เหมือนเป็นเพลิงไฟลาวา

 


เตรียมทำการเบิร์นภูเขาไฟลาวาเพลิงด้วย "เหล้าส้ม"

 


หลังจากเบิร์นด้วยเหล้าส้ม “ภูเขาไฟลาวาเพลิง” ดูเหมือนเพิ่งผ่านการโดนร่ายเวทมนตร์

 


โคนช็อกโกแลตถูกทำลายตัวลงอย่างรวดเร็ว

 


ใช้ช้อนไซส์ยักษ์ช่วยตัก เพื่อให้ได้ส่วนผสมมาทานมากที่สุด

 


ใช้ช้อนไซส์ธรรมดาตักไอศกรีม Cookie Monster

 


ไอศกรีมรสรสลิ้นจี่” (ซ้าย) เหมือนเป็นเกร็ดหิมะมากกว่า “ไอศกรีมรสรัมลูกเกด” (ขวา)

ความรู้สึกต่อภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain) :

          ไอศกรีมรสลิ้นจี่ (Lychee Sorbet) ลิ้นจี่เนื้อจะเป็นเกล็ด หอมกลิ่นลิ้นจี่เต็มๆ เหมาะกับคนไม่ชอบไอศกรีมที่มีส่วนผสมจากนม, ไอศกรีมรสมิ้นท์ (Cookie Monster) รสชาติคล้ายคุ้กกี้แอนด์ครีมแบบรสมิ้นท์  ทานแล้วจะรู้สึกเย็น ยิ่งได้ทานพร้อมโคนช็อกโกแลตจะได้ทั้งความหวาน และกรอบของโคนช็อกโกแลต และความเย็นจากไอศกรีมมิ้นท์พร้อมกัน ใครที่ไม่ชอบทานรสมิ้นท์อยู่แล้ว พอมาทานอาจรู้สึกแปลกๆ กับรสชาติที่ยังไม่ชินเท่าไร และไอศกรีมรสรัมลูกเกด (Rum Cranberry) เป็นรสชาติที่หอมกลมกล่อมมากสุดในบรรดา 3 รสชาตินี้

          บราวนี่หั่นมาเล็กกำลังดี รสชาติเข้มข้น เนื้อนุ่มละเอียด ความเข้มของบราวนี่ช่วยลดความเปรี้ยวนำจากซอสราสเบอร์รี่ได้ สำหรับโคนช็อคโกแลตตอนที่เพิ่งผ่านการเบิร์นให้ระวังเวลายกจาน เพราะช็อกโกแลตอาจหัก หรือร่วงจากจาน ต้องคอยจับดีๆ ค่ะ

 

แอปเปิ้ลอาบยาพิษ (Poison Apple)

          เมนูนี้ได้คอนเซ็ปต์จากเรื่องสโนว์ไวต์กับคนแคระทั้งเจ็ด ที่มีแม่มดใจร้ายปรุงยาพิษเพื่อต้องการกำจัดสโนว์ไวต์ โดยนำแอปเปิ้ลสีแดงสดเคลือบด้วยยาพิษมาให้สโนว์ไวต์ทาน

          “แอปเปิ้ลอาบยาพิษ” มาพร้อมไอศกรีมรส Apple Sorbet ทางร้านบอกว่าเลือกใช้แอปเปิ้ลพันธุ์ไทยลูกใหญ่ 1 ลูก นำไปทาเนย และใส่ซินนามอน (Cinnamon) จากนั้นนำไปอบ หลังจากอบเสร็จขนาดของแอปเปิ้ลจะหดตัวลง เพราะมีการคลายน้ำจากลูกแอปเปิ้ล เป็นเหตุผลให้ทางร้านเลือกใช้แอปเปิ้ลผลใหญ่เผื่อสำหรับตอนหดตัว และใช้แอปเปิ้ลสีแดงเท่านั้น แต่ที่เห็นในภาพว่าสีแอปเปิ้ลเปลี่ยนไป เป็นเพราะผ่านขั้นตอนการอบหลายขั้นตอน

 


แอปเปิ้ลอาบยาพิษ (Poison Apple) (260 ฿) มีไอศกรีมรส Apple Sorbet วางอยู่บนแอปเปิ้ล

 


ควันทำจากไฮโดรเจนเหลว

 


ตามบทประพันธ์เหมือนปรุงยาพิษให้แอปเปิ้ล แต่ความจริงแอปเปิ้ลลูกนี้ทานปลอดภัย

 


หั่นแอปเปิ้ลแบบพอดีคำ ให้เห็นเนื้อชุ่มๆ ข้างใน

 


ไอศกรีมรส Apple Sorbet เหมาะกับคนชอบรสเปรี้ยวนำ

ความรู้สึกต่อแอปเปิ้ลอาบยาพิษ :

          แอปเปิ้ลจะออกหวานนำ เนื้อข้างในดูชุ่ม เปลือกจะค่อนข้างเหนียวอาจจะต้องเคี้ยวให้ละเอียดสักหน่อย เหมือนได้ทานขนม และผลไม้เต็มผลในจานเดียว รสชาติเค็มนำของเกล็ด Crumble ที่โรยด้านล่าง ช่วยตัดความเค็มนำของไอศกรีม Apple Sorbet ได้ดี

 

พระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป (Blood Moon and the  Missing Rabbit)  

          ลวดลายของจานเหมือนวงแหวนของดวงดาวที่อยู่ในอวกาศ สอดคล้องกับเหตุการณ์ของเมนูนี้ที่ “กระต่ายบนดวงจันทร์หายไป? เหลือเพียงหู และรอยเลือดไว้ดูต่างหน้า” ทางร้านจะใช้ “โฮมเมดซอสสตรอว์เบอรี่” จากสตอรว์เบอรี่แห้งราดบนไอศกรีมรสนม ทางร้านแนะนำให้เลือกไอศกรีมรสนม หรือ สตรอว์เบอรรี่ชีสเค้ก รสใดรสนึงทานคู่เมนูนี้ เพราะดูเข้ากันมากที่สุด แป้งด้านใต้ไอศกรีมข้างแป้งพัฟ (รสชาติคล้ายครัวซอง แต่ทำรูปทรงคล้ายโครนัท (Cronut)) และนำไปอบ พร้อมกับใส่คัสตาร์ดข้างใน

 


พระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป (Blood Moon and the  Missing Rabbit) (200 ฿)

 


 ไอศกรีมละลายเร็ว ส่วนหูกระต่ายอาจจะหักง่ายไปหน่อย แต่รสชาติยังคงหอมมัน

 

ความรู้สึกต่อพระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป :

          หูกระต่ายทำจาก Dark chocolate จะหลุดออกจากไอศกรีมง่ายเหมือนกัน แต่ก็นำหูกระต่ายมาปักลงในไอศกรีมใหม่อีกครั้งไม่ยาก ไอศกรีมรสนมกลิ่นหอมนม ตรงจานมีนมข้นราดโดยทั่ว โรยด้วยเม็ดไข่มุก ได้จากเม็ดน้ำตาล เมนูนี้จึงเหมาะกับคนชอบทานรสนมเนย และได้กลิ่นหอมๆ แบบครีม ส่วนใครกลัวเลี่ยนยังมีโฮมเมดซอสสตรอว์เบอรี่สีแดงที่ราดด้านบนให้ทานตัดเลี่ยนได้ ส่วนขนมปังแป้งพัฟรูปทรงไม่หนา และไม่บางไป ขนมปังไม่แข็งจึงตักทานสะดวก 

 

เครื่องดื่ม

Mocking Tea

          เครื่องดื่ม Mocking Tea ใช้ผลไม้ตามฤดูกาลมาเป็นส่วนผสม แต่หลักๆ คือ แอปเปิ้ล, สตรอว์เบอรี่ และบลูเบอร์รี่ ส่วนน้ำจะเป็นชาเขียว ผสมกลิ่นไซรัปน้ำดอกไม้

 


Mocking Tea (180 ฿)

 


มีผลไม้ 3 ชนิด หั่นเล็กๆ ลอยเต็มแก้ว

 

ความรู้สึกต่อเครื่องดื่ม :

          เพื่อให้ความหอมทั่วถึงทั้งแก้วต้องคนจากข้างล่างให้เข้ากัน สลับกับการตักผลไม้ที่ลอยอยู่ข้างบน จะรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายจากบรรดาผลไม้ ดื่มๆ รู้สึกว่ารสชาติจะหอมคล้ายกับดอกมะลิด้วยซ้ำ แต่โดยรวมเครื่องดื่มนี้หอมกลิ่นดอกไม้ ดื่มแล้วชื่นใจ เหมาะสั่งมาดื่มช่วงหน้าร้อนแบบนี้ค่ะ

 

SPONSORED

 

 

การประเมิน และให้คะแนน

รูปแบบของการประเมิน

คะแนน

รสชาติอาหาร

4.1

บรรยากาศ

4.7

การบริการ

4.6

ความคุ้มค่า

3.8

คะแนนเฉลี่ย

4.3

 

          บรรยากาศร้านตกแต่งได้สวยแถมมี 3 ชั้น มุมที่สะดุดตามากสุดคือชั้นวางยาพิษ ที่ทางร้านขยันปรุงยาพิษลงขวดโหลดวางไว้เต็มชั้นที่สูงมาก ใครมาแล้วเป็นต้องยืนมอง หรือถ่ายรูปเก็บไว้ ส่วนโต๊ะบางตัวจะมีขนาดเล็กบ้าง เพราะอุปกรณ์เสิร์ฟตอนแรกก็จะมีจาน ช้อน ส้อม ที่มีไซส์ยักษ์ และไซส์ปกติมาวางก่อนเมนูที่สั่งจะตามมา ยิ่งถ้าใครสั่งออร์เดอร์เกิน 3 เมนู บางทีโต๊ะอาจจะวางจานไม่พอ ส่วนโต๊ะใหญ่คาดว่ามีจำนวนจำกัด ใครมาช้าอาจหมดสิทธิ์ แต่ถ้ามากลางวันที่จะมีที่นั่งให้เลือกมากขึ้น ใครที่เดินทางมาร้อนๆ เหนื่อยๆ มาที่นี่นอกจากจะได้ความเย็นสดชื่น ยังรู้สึกปลอดโปร่งมากขึ้น เพราะที่ร้านมีเครื่องช่วยระบายอากาศตั้งไว้ชั้นล่าง เพื่อไม่ให้อากาศภายในร้านร้อนอบอ้าว

          การบริการที่นี่พนักงานดูสุภาพ และพร้อมให้คำแนะนำเรื่องเมนู Signature อย่างเต็มที่ ทำให้ตัดสินใจทานง่ายขึ้น ใครที่ยังไม่ทราบวิธีการทานแต่ละเมนู หรือไม่รู้จะเริ่มทานตรงไหนสามารถเรียกพนักงานให้มาบริการถึงโต๊ะได้เลยค่ะ

          “เมนูที่สร้างความแปลกใจ” คือ ภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain) ขนาดไม่ได้เป็นคนเบิร์นไฟให้ภูเขายังตื่นเต้น แค่มองก็ทึ่งแล้วค่ะ แต่โคนช็อกโกแลตอาจจะดูเปราะบาง ล้มง่ายไปสักหน่อย บางคนอาจเก็บภาพสวยๆ ตอนภูเขาไฟถล่มได้ไม่ทัน

          “เมนูราคาน่าคบ” คือ พระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป (Blood Moon and the  Missing Rabbit) ราคา (200 ฿) ถ้าเทียบกับการจินตนาการเมนูออกมา และได้มานั่งในบรรยากาศร้านที่ไม่ธรรมดาก็ดูจะเป็นเรื่องที่คุ้มค่าค่ะ ส่วน “แอปเปิ้ลอาบยาพิษ” เปลือกอาจมีความเหนียวไปบ้าง เลยยังเฉยๆ กลับลูกแอปเปิ้ลจากเมนูนี้ แต่เกล็ด Crumble รสชาติใช้ได้เลยค่ะ

          ทางร้านเริ่มทยอยเพิ่มเมนูใน Chapter 2 กันแล้ว ส่วนเมนูจาก Chapter 1 บางอย่างทางร้านบอกว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะไม่มีแล้ว ช่วงนี้ใครผ่านมาย่านทองหล่อ 4 ลองแวะมาทานเมนูจาก Chapter 1 กันก่อนได้ค่ะ ส่วนใครที่ลองเมนูจาก Chapter 1 ไปบ้างแล้ว เตรียมตัวลุยเมนูจาก Chapter 2 ได้เลย

          ที่นี่รับจองล่วงหน้า ถ้าโทรมาจอที่ร้านจะล็อคโต๊ะให้ลูกค้า 15 นาที ถ้าลูกค้ามาไม่ทันโต๊ะที่จองไว้จะหลุดไปเป็นของคนอื่น และลูกค้าต้องมาจองคิวหน้าร้านใหม่อีกครั้ง

 

          สำหรับราคาของหวาน และเครื่องดื่มทั้งหมดของทีมงาน RyoiiReview มียอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด (1,319 ฿) โดยมี ภูเขาไฟลาวาเพลิง (Inferno Mountain) (480 ฿), แอปเปิ้ลอาบยาพิษ (Poison Apple) (260 ฿), พระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป (Blood Moon and the  Missing Rabbit) (200 ฿) และเครื่องดื่ม Mocking Tea (180 ฿) มีค่า Service Charge 10 % (112 ฿) และ Vat 7 % (86.24 ฿)

จุดเด่นของ Mocking Tales

  1.  พนักงานใส่ใจแนะนำข้อมูลต่างๆ ได้ มาถึงก็จะแนะนำเมนูเด่นของแต่ละ Chapter

  2. ร้านมี 3 ชั้น คือชั้นใต้ดิน, ชั้นล่าง และชั้นบน ให้ได้เลือกบรรยากาศตามความชอบ

  3. คอนเซ็ปต์ชื่ออาหารได้ไอเดียจากมิวสิคัลเรื่อง “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast)” “เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ และ “สโนว์ไวต์” หน้าตาเมนูจะดูสวยงาม กว่าของหวานทั่วๆ ไป

  4. มีที่จอดรถชั้นล่างในโครงการ MAZE และจอดได้ฟรี 2 ชั่วโมง  

  5. มีช้อน ส้อมไซส์ยักษ์ ช่วยตักอาหาร หรือตัดแบ่งอาหารได้ง่ายขึ้น

  6. ร้านตั้งอยู่ไม่ห่างจาก BTS ทองหล่อ ถึงไม่ได้มารถส่วนตัว ก็ยังเดินทางได้สะดวก

  7. เครื่องช่วยระบายอากาศที่ตั้งไว้ชั้นล่าง ช่วยให้ในร้านเย็นสบาย ถึงจะเลือกนั่งที่หลบมุมก็ไม่รู้สึกอึดอัด

  8. ใครมาร้านตั้งแต่ช่วงกลางวัน และค่ำๆ ไม่รู้จะไปที่ไหนต่อ สามารถอยู่ที่ร้านต่อได้ เพราะค่ำๆ ที่ร้านจะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นโหมด “Night Bar”

 

ข้อเสนอแนะ

  1. นอกจากมีหุ่นอัศวิน อยากให้หุ่นจากเทพนิยายที่เป็นผู้หญิงมาสร้างสีสันให้ทางร้านเพิ่มขึ้น

  2. หากอนาคตทางร้านทำเป็นมุมเล็กๆ ตกแต่งแบบมีหยากไย่ปลอม เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูเป็นปราสาทร้างมากขึ้นก็จะช่วยเพิ่มความเก่ให้ร้านได้อีกขั้น

  3. เมนูที่เคยมีใน Chapter 1 อนาคตบางเมนูอาจจะไม่มีแล้ว เพราะทางร้านจะเปลี่ยนเมนูใหม่ตาม Chapter ตอนต่อไป เช่น Chapter 2 คนที่เคยติดใจเมนูเก่าๆ จาก Chapter 1 อาจไม่ได้ทานอีก

  4. ทางร้านจะมีค่า Service Charge 10 % และ Vat 7 % คนที่มีงบประมาณจำกัดอาจได้เลือกทานเมนูที่อยากลองน้อยลง

  5. จาน,ช้อน และส้อม บางอันมีจุดๆ คราบเล็กๆ บ้างนะคะ

  6. เมนูอาหารเป็นกระดาษ A 4 อาจจะค่อนข้างยับไปบ้าง ทำให้มองตัวหนังสือ หรือรูปอาหารไม่ชัดเท่าไรปริ้นมาค่อนข้างยับอยู่บ้างค่ะ

  7. อยากให้ราดนมข้น หรือซอสสตรอว์เบอรี่ ในเมนูพระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป (Blood Moon and the  Missing Rabbit) เพิ่มขึ้น จานจะได้ไม่ดูโล่งจนเกินไป

 

          ใครมาที่นี่จะต้องเพลิดเพลินกับจินตนาการสุดล้ำของทางร้าน ยิ่งใครที่ชอบมิวสิคัล “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast)” เหมือนได้หลุดมาในเมืองเทพนิยาย ถึงทางร้านได้ตั้งคอนเซ็ปต์ให้ที่นี่คือปราสาทร้าง และอาหารบางเมนูยังมีชื่อเรียกสุดแปลกอย่าง “ภูเขาไฟลาวาเพลิง” “แอปเปิ้ลอาบยาพิษและ พระจันทร์สีเลือด กับกระต่ายที่หายไป” ฟังแล้วอาจดูน่ากลัว แต่ถ้าได้มาทานจะตื่นเต้นกับหน้าตาของแต่ละเมนู คนที่สนใจบทประพันธ์แนวเทพนิยายลองมาชมปราสาท Mocking Tales ทองหล่อ 4 กันดูค่ะ จะต้องตื่นตา ตื่นใจทุกวินาทีที่ได้อยู่ที่แห่งนี้แน่นอน

 

 

 

130.00 - 480.00 บาท
Rating Distribution
รสชาติอาหาร
4.10
การบริการ
4.60
ความสะอาด
4.00
ตกแต่งสถานที่
4.70
ราคาเหมาะสม
3.80
แผนที่ร้าน Mocking Tales
ที่อยู่ :
148 The Maze ทองหล่อซอย4 (ทองหล่อ) (สาขาในแผนที่) เเละสาขาสยามพารากอน ชั้น 4 กรุงเทพฯ ต. คลองตันเหนือ อ. เขตวัฒนา จ. กรุงเทพมหานคร ประเทศ Thailand
เบอร์ติดต่อ :
083-386-6992
ช่วงเวลา :
เปิดทุกวัน 11:00-01:00 น.
ช่วงราคา :
130.00 - 480.00 บาท
ที่จอดรถ :
มี
รับบัตรเครดิต :
มี
รับจองล่วงหน้า :
มี

TOP