ร้านบุษราคัม (Bussaracum Royal Thai Cuisine) ต้นตำรับอาหารไทยรสชาววังคงความอร่อยมากกว่า 30 ปี

          สวัสดีท่านผู้อ่านอีกครั้งค่ะ รอบนี้ขอไหว้แบบสวยๆให้ละเอียดลออสวยงามอ่อนช้อยเหมือนสาวไทยในวรรณคดี เพราะวันนี้ทีมงาน RyoiiReview จะพาทุกท่านไปสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยรสชาววังที่คงความอร่อยยาวนานกว่า 30 ปี! และโด่งดังข้ามน้ำข้ามประเทศขนาดที่ว่าเป็นหนึ่งร้านที่ต้องลองในกรุงเทพฯ และได้รีวิวดีๆเพียบ

          บ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงย่านสาทรที่ยังคงไว้ความรบรื่น ความเขียวขจีและความสงบสวนทางกับบรรยากาศภายนอกที่อึกทึก และบ้านหลังนี้เองที่ได้เปิดให้บริการอาหารไทยสูตรชาววังเก่ามานานกว่า 30 ปีกับร้าน บุษราคัม (Bussaracum Royal Thai Cuisine)

 

SPONSORED

 

รายละเอียดราคา

          ราคาของทางห้องอาหาร บุษราคัม ราคาอาหารว่าง อาหารจานหลักจะเริ่มต้นที่ 120 บาทถึง 680 บาทค่ะ แต่ส่วนของหวานจะเริ่มต้นเพียง 60 บาทเท่านั้นค่ะ

 

        

...
Responsive image
Share
ร้าน "เออ" ร้านอาหารไทยรสดั้งเดิ...
ร้าน "เออ" ร้านอาหารไทยรสดั้งเดิม และบรรยากาศแบบวินเทจ ย้อนวันวานริ...
ร้าน "เออ" ร้านอาหารไทยรสดั้งเดิม และบรรยากาศแบบวินเทจ ย้อนวันวานริมน้ำเจ้าพระยา ณ ท่าเตียน

Responsive image
Share
แหลมเกตุ ร้านดังแห่งเมืองชลพร้อม...
แหลมเกตุ ร้านดังแห่งเมืองชลพร้อมให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล (ร้านปิด...
แหลมเกตุ ร้านดังแห่งเมืองชลพร้อมให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล (ร้านปิดกิจการ)

Responsive image
Share
สุภัทรา ริมทะเล อาหารทะเลรสไทย ว...
สุภัทรา ริมทะเล อาหารทะเลรสไทย วิวระดับ 5 ดาว อิ่มท้อง และอิ่มตา ณ ...
สุภัทรา ริมทะเล อาหารทะเลรสไทย วิวระดับ 5 ดาว อิ่มท้อง และอิ่มตา ณ ริมหาดหัวหิน เขาตะเกียบ

Responsive image
Share
ร้านอาหารทะเลสไตล์ฟู้ดทรัค ความแ...
ร้านอาหารทะเลสไตล์ฟู้ดทรัค ความแซ่บ 2 ระดับ มีทั้งแบบ ยำ นึ่ง เผา น...
ร้านอาหารทะเลสไตล์ฟู้ดทรัค ความแซ่บ 2 ระดับ มีทั้งแบบ ยำ นึ่ง เผา น้ำจิ้มจัดจ้านสะดุ้งลิ้น

Responsive image
Share
ร้านชาบูที่ไม่ได้แปลกแหวกแนวแค่ช...
ร้านชาบูที่ไม่ได้แปลกแหวกแนวแค่ชื่อ เด็ดที่ชาบูแล้ว ยังเด็ดที่ปิ้งย...
ร้านชาบูที่ไม่ได้แปลกแหวกแนวแค่ชื่อ เด็ดที่ชาบูแล้ว ยังเด็ดที่ปิ้งย่าง ชีส และไข่ตุ๋นอีกด้วยค่ะ

บรรยากาศภายในร้าน

          น้อยครั้งที่จะเจอร้านอาหารที่มีบริเวณกว้างขว้าง และร่มรื่นท่ามกลางตึกคอนกรีตย่านสาทร และน้อยครั้งจะเจอร้านอาหารไทยสูตรชาววังในยุคที่อาหารเกาหลี และอาหารญี่ปุ่นครองตลาด หากเบื่อกับการเดินห้างสรรพสินค้าสี่เหลี่ยม และหากเบื่ออาหารเกาหลีญี่ปุ่นแฟรนไชส์ที่หากินได้ทั่วไป  ห้องอาหารไทย บุษราคัม ย่านสาทรมีทั้งบรรยากาศที่ดี สบายตา สงบ และอาหารที่เลิศรสสูตรไทยแท้ๆฉบับชาววังเหมาะกับมื้อพิเศษไว้บริการ  

 


บ้านสีขาว ต้นไม้เขียวขจี หนึ่งในความสงบท่ามกลางตึกใหญ่

 


การจัดโต๊ะดูเรียบง่าย สะอาดตา แต่หรูหรา

    SPONSORED

 

 


พร้อมรองรับกลุ่มเพื่อน ครอบครัวให้ลิ้มลองอาหารไทยสูตรชาววัง

 


หนึ่งในความใส่ใจรายละเอียดของทางห้องอาหาร บุษราคัม

 

          การตกแต่งภายในห้องอาหาร บุษราคัม เป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา เหมาะกับเป็นมื้อพิเศษในโอกาสพิเศษเป็นอย่างยิ่งค่ะ โต๊ะมีจำนวนเยอะพอสมควร แต่แนะนำให้โทรมาจองก่อนดีกว่าค่ะ โดยทางร้านรับบริการจองโต๊ะ และจัดเลี้ยงด้วยค่ะ

 

อาหารว่าง

         ก่อนจะเริ่มการรับประทานอาหารไทยสูตรชาววัง ทางร้านแนะนำให้สั่งอาหารว่างก่อนเพื่อเรียกน้ำย่อย โดยมีหลากหลายเมนูที่น่าสนใจมากค่ะ บ้างเคยเห็น บ้างไม่เคยเห็น ดังนั้นเมนูอาหารว่างที่ลองสั่งคือเมนูที่ไม่เคยลอง และไม่เคยกินค่ะ

 


เมี่ยงคำ พร้อมทาน ชิ้นพอดีคำ

 


ของว่างโบราณ (180 ฿ ต่อคน)

 

          หลังจากหาที่นั่งที่ถูกใจได้แล้ว ทางร้านก็จะนำ เมี่ยงคำ  มาเสิรฟ์ค่ะซึ่งเป็นสัมมนาคุณจากทางร้าน โดยจะได้เมี่ยงคำท่านละ 1 ชิ้น อร่อยค่ะ ชิ้นพอดีคำ ทางร้านทำเป็นชิ้นพร้อมทานแล้วค่ะ หอม และสดใหม่ ต่อมาคือ ของว่างโบราณ ที่ทางร้านแนะนำค่ะ 1 เซตเหมาะกับ 1 ท่าน โดยให้เซตจะมีอาหารว่าง 5 ชนิดได้แก่ ช่อบุษราคัม,  ค้างคาวเผือก, สกุณา, ม้าฮ้อ และหมี่กรอบกระทง แต่ละอย่างไม่เคยกินมาก่อน แต่โดยรวมแล้วรสชาติจะออกหวานๆ กึ่งอาหารคาว และของหวานค่ะ โดย "สกุณา" จะเป็นกุ้งกรอบ รสชาติออกเผ็ดๆปนหวานๆ แต่ตกแต่งให้คล้ายรูปนกค่ะ "ม้าฮ้อ" คืออันที่เสิรฟ์พร้อมกับสัปปะรด ตัวเนื้อจะมีรสชาติคล้ายๆสาคูค่ะ หวานๆ ต่อมาคือ "หมี่กรอบกระทง" รสชาติก็ออกหวานเช่นเดียวกัน แต่จะมีความกรอบเพิ่มเติม "ค้างคาวเผือก" นำมาเสิรฟ์ในรูปแบบก้อนกลมๆ เมื่อกินไปแล้วจะได้ความมัน ข้นๆจากเนื้อกุ้งสับ และหมูสับ  และสุดท้ายคือ "ช่อบุษราคัม" ที่รูปร่างคล้ายกับขนมจีบ โดยสีเหลืองที่เห็นนั้นทำมาจากสีของฟักทอง และข้างในจะสอดไส้ถั่วเขียวบด โดยรสชาติก็จะออกมันๆ และหวานเหมือนกันค่ะ

 

อาหารไทย

        อาหารไทยสูตรโบราณ และสูตรชาววังที่ร้าน บุษราคัม มีให้เลือกหลากหลายเมนูมากค่ะ เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ดังนั้นเมนูอาหารที่สั่งมาวันนี้ล้วนเป็นเมนูแนะนำของทางร้านที่ใครมาต้องสั่งต้องลองค่ะ 4 เมนูที่ว่านี้ได้แก่ ทอดมันบุษราคัม, ฉู่ฉี่กุ้งนาง, ต้มจิ๋วหมู และน้ำพริกบุษราคัม

 

 


ทอดมันบุษราคัม (260 ฿) ทอดมันเนื้อแน่น ชิ้นโต อร่อยเต็มคำกับเนื้อกุ้ง และปลา

 


ต้มจิ๋วหมู (140 ฿) ต้มยำสูตรโบราณ รสชาติกลมกล่อม นุ่มทั้งเนื้อ และซุป



ฉู่ฉี่กุ้งนาง (450 ฿) หอมกลิ่นกะทิ เผ็ดเครื่องแกง แน่นด้วยรสชาติ และเนื้อกุ้ง

 


น้ำพริกบุษราคัม (240 ฿) สัมผัสความเผ็ด และเข้มสูตรไทยดั้งเดิม อร่อยพร้อมไข่เค็ม ปลาป่น และผักต้ม

 

          ในเรื่องการจัดจานหรือการตกแต่งอาหารถือว่าทำได้น่าประทับใจมากค่ะ โดยเฉพาะ น้ำพริกบุษราคัม ที่รูปในเมนูอาหารกับของจริงเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน นอกจากจะถูกเสิรฟ์ในพานลายไทยแล้ว ยังโดดเด่นด้วยฟักทองแกะสลักลายไทยที่ถูกนำมาใส่ถ้วยน้ำพริก ล้อมรอบด้วยผักต้ม 8 ชนิด และเคียงข้างด้วยเนื้อปลาป่น และไข่เค็มรูปดอกไม้ค่ะ อีกหนึ่งเมนูที่ชอบการจัดจานคือ ฉู่ฉี่กุ้งนาง ที่โดดเด่นด้วยการนำหัวกุ้ง และหางกุ้งมาใช้เป็นส่วนประกอบจัดจานให้ดูน่าสนใจขึ้น และเรียกน้ำย่อยได้ดีเลยทีเดียว

          ในส่วนของรสชาติอาหารนั้นถือว่าอร่อยแบบรสชาติไทย ด้วยส่วนผสมที่คัดมาอย่างดีอย่างกะทิ ที่ทั้งหอม และนุ่ม จึงทำให้เมนูที่ต้องใช้กะทิเป็นส่วนผสมรสชาติจึงอร่อย เข้าเนื้อมากค่ะ อย่างเช่น ฉู่ฉี่กุ้งนาง ที่เครื่องแกงเผ็ดซึมเข้าเนื้อกุ้งทำให้ได้ความอร่อยที่ทั้งมัน และกลมกล่อมในเวลาเดียวกัน ทอดมันบุษราคัม ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ประทับ มาในชิ้นโต กัดแล้วหนึบหนับ อร่อยค่ะ ส่วนน้ำจิ้มที่ให้มานั้นจะเน้นรสหวานเป็นหลัก แต่ก็มีรสเผ็ดปนเข้ามาด้วย จะจิ้มหรือไม่จิ้มก็อร่อยเหมือนกัน ตามด้วย ต้มจิ๋วหมู ที่ทางร้านแนะนำว่ารสชาติจะคล้ายๆต้มแซ่บแบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่โดยส่วนตัวคิดว่ารสชาติสามารถเข้ม และแซ่บได้มากกว่านี้ แต่น้ำซุปของต้มจิ๋วหมูนี้รสชาติกลมกล่อมมากค่ะ ใครทานเผ็ดได้ไม่มากเมนูนี้แนะนำเลย สุดท้ายคือ น้ำพริกบุษราคัม  ไฮไลท์ของทางร้าน ถือว่าอร่อย และหอมเครื่องกะปิมาก รสชาติจัดจ้าน ถึงพริกถึงเครื่องมากค่ะ ด้วยรสชาติของน้ำพริกที่ค่อนข้างเผ็ด แนะนำให้ทานคู่กับข้าวเปล่า และผักต้มค่ะ

          ปริมาณของอาหารแต่ละจานมาให้ปริมาณที่พอเหมาะพอดี แต่ค่อนข้างเยอะสำหรับผู้ที่รับประทานน้อย แนะนำให้ไปกินกันหลายๆคนจะได้ลองสั่งหลายๆเมนู และช่วยกันชิมช่วยกันกินด้วยค่ะ แต่ปริมาณของต้มจิ๋วหมูเป็นปริมาณที่เหมาะกับทาน 1 คนเท่านั้นค่ะ (ทางร้านได้กะปริมาณไว้สำหรับ 1 ท่านเท่านั้น) อาจจะรู้สึกน้อยหากมากันหลายคน แต่ไม่น้อยจนเกินไป สามารถแบ่งทานกันทานได้ค่ะ

 

ของหวาน

           หลังจากเพลิดเพลิน และอิ่มท้องไปกับอาหารไทยเลิศรสที่เล่นเอาแน่นท้องไปหลายมื้อ ถึงคราวจะต้องล้างปากตบท้ายกันด้วยของหวานให้สดชื่นกันเสียหน่อย แถมทางร้านกระซิบว่าทุกเมนูทางร้านปรุงขึ้นเอง การันตีความอร่อยทุกจาน


บัวลอยสามสี (60 ฿) – บัวลอยเม็ดจิ๋วสามสี อร่อยด้วยน้ำกะทิกลิ่นใบเตย

 



หวานเบญจรงค์ (150 ฿) – ทับทิมกรอบ วุ้นมะพร้าว และเนื้อขนุน คลุกเคล้าด้วยน้ำกะทิรสนุ่ม

 

          ไม่ทันได้ชิมก็ประทับใจแล้วกับการตกแต่งจานด้วยการยกมะพร้าวทั้งลูกมาเสิรฟ์ถึงโต๊ะในเมนู หวานเบญจรงค์ เปิดฝาออกดูก็พบว่าเนื้อมะพร้าวได้ถูกขูดออกหมดแล้ว แต่แทนที่ด้วยทับทิมกรอบ วุ้นมะพร้าว และเนื้อขนุนราดด้วยน้ำกะทิ โป๊ะด้วยน้ำแข็งเนื้อละเอียด พอเลยว่าประทับมากค่ะ โดยเวลากินให้สะดวกก็เพียงตักทัมทิบกรอบใส่ถ้วย แล้วจึงรับประทาน แต่รสชาติอาจจะจืดไปสักนิด เพราะด้วยปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ บวกกับน้ำแข็งที่ค่อยๆละลายทำให้รสชาติของน้ำกระทิคลายลง อีกหนึ่งเมนูของหวานคือ บัวลอยสามสี ที่หอมกลิ่นกะทิ อร่อยไปกับบัวลอยเม็ดจิ๋ว อร่อยค่ะ นุ่ม และหอมมาก แต่ปริมาณอาจจะน้อยสักนิด แต่รับรองอร่อยแน่นอน

 

การเดินทาง


ป้านหน้าร้าน บุษราคัม

          การเดินทางมายังร้าน บุษราคัม มาได้ไม่ยากค่ะ หากท่านใดสะดวกมาโดยรถยนตร์ส่วนตัวสามารถนำมาได้ เพราะทางร้านมีที่จอดไว้บริการเป็นจำนวนมาก แต่หากท่านใดสะดวกโดยสารมายังร้านโดยขนส่งสาธารณะก็เป็นเรื่องง่ายค่ะ

 


แผนที่มาร้าน บุษราคัม

          การเดินทางมายังร้านโดยขนส่งสาธารณะแนะนำให้โดยสารด้วย BTS ค่ะจะสะดวกที่สุด โดยลงสถานี สุรศักดิ์ (Surasak) จากนั้นออกทางออกที่ 3 พอลงบันไดจากบีทีเอสแล้ว ให้เดินย้อนลงไป จากนั้นก็จะเจอซอย ประมวล ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนค่ะ เดินเข้าไปในซอยสัก 500 เมตรก็จะเจอทางแยก ให้เดินเลี้ยวไปทางซ้ายมือทางถนน ศรีเวียง เดินไปไม่ไกลก็จะเจอห้องอาหาร บุษราคัม บริเวณซ้ายมือค่ะ (หากท่านใดไม่สะดวกจะเดิน แนะนำให้นั่งรถมอเตอร์ไซค์ โดยบอกชื่อร้านค่ะ)

 

การประเมิน และให้คะแนน

 

รูปแบบของการประเมิน

คะแนน

รสชาติอาหาร

4.5

บรรยากาศ

4

การบริการ

4

ความคุ้มค่า

4.5

คะแนนเฉลี่ย

4.25

        

           ร้านอาหารไทยที่ซ่อนตัวจากความวุ่นวายของผู้คน และอยู่ท่ามกลางตึกสูงย่านสาทร บ้านหลังสีขาวหลังนี้คือห้องอาหารไทย บุษราคัม หรือที่รู้จักกันในหมู่ชาวต่างชาติในชื่อ Bussaracum Royal Thai Cuisine

          ถึงแม้ราคาค่อนข้างจะสูง แต่รับรองได้เลยว่าอาหาร และการบริการที่ได้รับจากห้องอาหารแห่งนี้คุ้มค่าทุกเม็ดเงินที่เสียไปแน่นอน ด้วยอาหารไทยสูตรชาววังที่สร้างสรรค์เมนูเชิงผสมผสาน และสูตรดั้งเดิมไว้บริการ รสชาติที่ไม่เผ็ดจนเกินไป แต่กลมกล่อม และเข้าถึงเนื้อ พร้อมสร้างสรรค์เมนูอาหารด้วยวัตถดิบชั้นเลิศ อย่างเมนูอาหาร 4อย่างที่ทีมงาน RyoiiReview ได้ลองรับประทานกัน อย่างทอดมันบุษราคัม, ต้มจิ๋วหมู, ฉู่ฉี่กุ้งนาง และน้ำพริกบุษราคัม ที่ทุกเมนูอร่อย และได้รสชาติอาหารไทย ไม่จืดไปหรือหวานไป และไม่เผ็ดจัดจ้านเกินไปจนทานไม่ไหว แต่น้ำพริกอาจจะต้องเผ็ดถึงจะอร่อยตามรสชาติ ส่วนเมนูอาหารว่างสไตล์ชาววังก็เป็นอะไรที่น่าลองกินลองสั่งมาทานกันค่ะ รสชาติอาจจะหวานไปสักนิด แต่ก้ได้สัมผัสอาหารสูตรชาววัง ส่วนของหวานก็อร่อย และได้รสชาติดีค่ะ ส่วนที่ชอบที่สุดคือ วัตถุดิบที่สด และใหม่ สิ่งนี้เองที่ทำให้อาหารมีรสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้น ร้าน บุษราคัม แห่งนี้เหมาะกับการรับประทานอาหารให้มื้อพิเศษ โอกาสพิเศษ หากท่านใดอยากลองสัมผัสอาหารไทยรสชาววังที่ได้รับการันตีความอร่อยสามารถแวะไปลิ้มลอง และสัมผัสความอร่อยได้ด้วยตัวเองที่ร้านเลยค่ะ

60.00 - 680.00 บาท
Rating Distribution
รสชาติอาหาร
4.50
การบริการ
4.00
ความสะอาด
4.00
ตกแต่งสถานที่
3.50
ราคาเหมาะสม
4.00
แผนที่ร้าน Bussaracum
ที่อยู่ :
เลขที่ 1 ถนน ศรีเวียง (ซอยประมวล) ต. สีลม อ. เขตบางรัก จ. กรุงเทพมหานคร ประเทศ Thailand
เบอร์ติดต่อ :
(+662) 630-2276-8, (+662) 235-7341-3
ช่วงเวลา :
จันทร์ - ศุกร์ 11.00 - 14.00 น.
17.30 - 22.30 น.
ช่วงราคา :
60.00 - 680.00 บาท
ที่จอดรถ :
มี
รับบัตรเครดิต :
มี
รับจองล่วงหน้า :
มี

TOP