Azure Hostel โฮสเทลชิคเท่บรรยากาศตึกเก่าเกือบ 100 ปี ในย่านเด็ด "เกาะรัตนโกสินทร์" มีร้านอาหารในตัว สาย Backpacker! เตรียมแพ็คเป้มานอนพักได้เลย

          การเปลี่ยนบรรยากาศที่พักจากการนอนที่เดิมๆ มานอนที่ใหม่ๆ เตียงนอนแสนสบายเหมาะแก่การพักผ่อนและการตกแต่งห้องที่แปลกตาขึ้น อาจช่วยให้ชีวิตมีสีสันไปอีกแบบ และถ้าใครสะดวกมาพักโฮสเทลสวยเก๋แบบฉบับตึกเก่าใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ขอแนะนำ “Azure hostel” โฮสเทลชิคเท่บรรยากาศตึกเก่าเกือบ 100 ปี ย่าน "เกาะรัตนโกสินทร์" เน้นการรีโนเวทตึกเก่าจนเป็นโฮสเทลในฝัน มาแล้วจะรู้สึกว่าที่นี่สลัดความเก่าแต่มีความเก๋าและเกิดสุดๆ แถมมีร้านอาหารในตัวหิวเมื่อไรก็แวะมาทานก่อนขึ้นไปพัก อิ่มอร่อยสะดวกสบายประหยัดเวลาสุดๆ ไม่ต้องเหนื่อยหาร้านอาหารก่อนกลับที่พักด้วย ช่างเป็นโฮสเทลที่ครบวงจรจริงๆ ค่ะ เรามาดูซิว่าโฮสเทลที่ไหนห้องพักเค้าเป็นอย่างไร และน่านอนหลับฝันดีแค่ไหนตามไปดูพร้อมๆ กันเลยค่า

 

 [GOOGLE_ADS] 

 


Azure แปลว่าท้องฟ้าหรือสีของท้องฟ้า ทางโฮสเทลต้องการตั้งชื่อให้เข้ากับโลเคชั่นนี้ซึ่งอยู่ใกล้สะพานผ่านฟ้าค่ะ

 


 ในส่วนของโฮสเทลยินดีต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาพักตลอด 24 ชั่วโมงค่า

 


ทางขึ้นไปบนโฮสเทลค่ะ

 


ผนังสวยๆ ด้านล่าง แวะถ่ายรูปก่อนขึ้นไปจะได้มีภาพสวยๆ กลับไปเยอะๆ ค่ะ

 


โซนนั่งเล่นด้านนอกค่ะ

 

 


ของตกแต่งจะเป็นของเก่าจากทางเจ้าของที่มีใจรักในการสะสมของโบราณหายากค่ะ

 


น้ำดื่มในตู้ลูกค้าสามารถหยิบไปดื่มได้ฟรีตลอดค่ะ

 


มองมาทางหน้าต่างเราจะเห็นตึกมุมกว้างค่ะ

 


Welcome drink วันที่ไปเป็นน้ำมะตูมค่ะ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด บางวันอาจจะเป็นน้ำใบเตย น้ำตะไคร้ หรือน้ำอัญชันค่ะ

 

Azure Sweet

          เริ่มที่ห้องแรกกับห้องสวีท โดยมีชื่อห้องว่า “Azure Sweet” เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีห้องน้ำในตัว ห้องนี้จะมีเพียง 1 ห้อง เท่านั้นค่ะ แอบกระซิบบอกว่าเป็นห้องที่คนนิยมเป็นอันดับต้นๆ ด้วย ห้องแต่งสวยสไตล์คอนเทมโพรารี่ ส่วนของผนังจะทำเป็นลายพยัญชนะไทย เพื่อต้องการอยากให้นักท่องเที่ยวถึงเสน่ห์ภาษาบ้านเราว่าเป็นภาษาที่งดงามสละสลวย และเมืองไทยบ้านเรามีภาษาเป็นของเราเอง  อยากให้ชาวต่างชาติรู้จักภาษาของเรามากขึ้นค่ะ


เตียงกว้างน่านอน แถมมีหมอนนุ่มๆ ตั้งหลายใบ คืนนี้คงนอนหลับสนิทฝันดีกันยาวๆ ไปเลยค่า

 

 


พยัญชนะไทยมีภาษาคาราโอเกะให้ชาวต่างชาติฝึกออกเสียงตามด้วยค่ะ

 


หนังสือนิยายของสะสมจากเจ้าของโฮสเทลที่อยากให้ลูกค้าที่มาพักได้ใกล้ชิดกับของเก่าจากเยอรมัน

 


 กระเป๋าเดินทางนำมาตั้งวางเป็นชั้นวางของเก๋ๆ ค่ะ

 


ห้องนี้พิเศษตรงที่มีห้องน้ำในตัวค่ะ

ราคาช่วง Weekday (จันทร์-ศุกร์) ราคา 3,000 บาท
ราคาช่วง Weekend (เสาร์-อาทิตย์) ราคา 3,200 บาท

 

Private

          สำหรับห้องพักแบบ Private จะมีห้องน้ำแบบ Shared Bathroom นะคะ ใครที่ชอบเตียงแบบกว้างๆ ห้องนี้ยังตอบโจทย์ความต้องการค่ะ เพราะเตียงนอนเป็นแบบ Queen Size สามารถพักได้จำนวน 2 ท่านค่ะ


ห้องนี้คำว่า Sawasdee ตรงผนังจะมีไฟสีหวานมุ้งมิ้งมากค่า

 

 


นิยายฝรั่งแต่มีกลิ่นอายความเป็นไทยจากพวงมาลัย

 


ของสะสมจะเป็นนิยายเก่า ใครชอบการอ่านหนังสือคงอยากนอนพักที่นี่ทั้งวันเลยค่ะ

 

 


ชั้นวางของมีหลายชั้นแถมมีพื้นที่เยอะด้วยค่ะ

 

 


ห้องนี้หน้าต่างค่อนข้างเยอะ เหมาะกับคนชอบแสงแดดยามเช้าผ่านเข้ามาที่หน้าต่าง

 

 

 

 

ราคาช่วง Weekday (จันทร์-ศุกร์) ราคา 2,000 บาท
ราคาช่วง Weekend (เสาร์-อาทิตย์) ราคา 2,500 บาท


Bunk Beds

          Bunk Beds เหมาะกับคนที่อยากนอนแบบเตียง 2 ชั้น ยิ่งใครนอนดิ้นทั้งคู่หรือต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ ห้องนี้ถือว่าตอบโจทย์ที่สุด ถึงจะนอนคนละชั้นแต่ก็สามารถใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในห้องพักแห่งนี้ ส่วนห้องน้ำจะเป็นแบบ Shared Bathroom เหมือนกันกับห้อง Private ค่ะ


ใครชอบปีนต้องลองนอนเตียงชั้นบนเลยค่า

 


ชั้นล่างเหมาะกับคนกลัวความสูงเบาๆ ค่ะ

 


ปิดม่านเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว

 

 

Weekday (จันทร์-ศุกร์) ราคา 1,500 บาท
Weekend (เสาร์-อาทิตย์) ราคา 1,700 บาท

 

Shared Bathroom
          ภายในห้องน้ำหลายคนจะต้องชอบครีมอาบน้ำ แชมพู สบู่เหลวล้างมือของที่นี่แน่ค่ะ เพราะเป็นสูตรที่ทาง  Azure Hostel คิดค้นเอง นอกขวดมีขนาดใหญ่กว่าหลายๆ ที่ ยังมีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิค จะให้หอมสดชื่นผ่อนคลายจากธรรมชาติ แชมพู ครีมอาบน้ำ แถมมีไดร์เป่าผมให้ด้วย ถูกใจสาวๆ เข้าให้เลยค่ะแบบนี้

 

 

 


ครีมอาบน้ำส่วนผสมจากน้ำนมข้าว ส่วนแชมพูมีกลิ่นส้ม+จัสมินกรีนที ยิ่งใช้ยิ่งรู้สึกอบอุ่นเบาสบาย

          การเข้าพักที่ Azure Hostel ไม่ว่าจะเลือกพักห้องแบบไหน ลูกค้าที่มาใช้บริการทุกท่านจะได้รับบริการอาหารเช้าเหมือนกัน โดยทุกๆ วันจะมีการเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ อาหารเป็นแบบอาลาคาร์ท อาทิ ไข่ออมเล็ต ข้าวผัด ข้าวต้ม เป็นต้น  

          เวลาได้มาพักที่นี่ต่อให้มาพักซ้ำอีกสักกี่ครั้งจะรู้สึกไม่เบื่อ เพราะว่าห้องแต่ละห้องจะตกแต่งไม่เหมือนกัน มีลวดลายแตกต่างกันไป เมื่อมาพักจะรู้สึกเหมือนได้เปลี่ยนบรรยากาศทุกครั้งค่ะ สำหรับเวลาเข้าพักเวลาเข้าพัก/Check In 14.00 น.เวลาออก/Check Out 12.00 น. (เลทได้ถึง 13.00 น.)

          นอกจากบรรยากาศรอบๆ ในย่านนี้เป็นตึกเก่าแก่แฝงความเก๋ในตัว ที่นี่ก็ยังมีความเก่าคลาสสิกแต่แฝงด้วยความทันสมัย ห้องพักแต่ละห้องก็ดูดีไม่ซ้ำแบบกัน พักกี่ครั้งก็น่าจะประทับใจแตกต่างกันออกไป เพราะได้ฟินกับบรรยากาศที่แปลกใหม่จนอยากกลับมาพักนานๆ พักบ่อยๆ เป็นการเติมความสุขได้ง่ายๆ ในใจกลางกรุงเทพฯ ค่ะ

 

TOP