รวม 6 อาหารที่ช่วยให้คุณมีซิกแพคที่สวยงามได้เร็วขึ้น

          เชื่อว่าหลายๆ คนที่ออกกำลังกายต่างก็มีความหวังว่าออกแล้วนอกจากจะมีสุขภาพดี แข็งแรงขึ้น หน้าท้องลงพุงจะมีซิกแพคขึ้นบ้าง! แต่ไม่ใช่ว่าออกปุ๊บซิกแพคจะขึ้นปั๊บ เพราะขึ้นอยู่กับว่าออกกำลังกายแบบไหนประเภทใด รวมไปถึงประเภทของอาหารที่รับประทานไปด้วยเป็นปัจจัยสำคัญถึงจะมีลายกล้ามเนื้อสวยๆ ขึ้นมาให้เห็น

          สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย อาหารที่รับประทานไปนั้นควรเพิ่มพลังงาน สร้างกล้ามเนื้อแต่ไม่เพิ่มไขมันให้ร่างกายโดยเฉพาะไขมันช่วงหน้าท้อง ดังนั้นมาดูกันค่ะว่าอาหารอะไรบ้างที่ควรทาน และไม่ควรทานสำหรับผู้ที่อยากมีกล้ามเนื้อหรือซิกแพค

 

โยเกิรต์กรีก

ทำไมควรกิน: เพราะโยเกิรต์กรีก 1 ถ้วยจะประกอบไปด้วย “โปรตีน” มากถึง 23 กรัมซึ่งโปรตีนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม และโปรไบโอติกส์ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

          มีผลทดสอบจาก European Journal of Clinical Nutrition โดยให้กลุ่มผู้ทดลองดื่มนมเปรี้ยวพร้อมดื่มซึ่งมีโปรโปรไบโอติกส์เป็นประจำทุกวัน พบว่ามีปริมาณไขมันบริเวณช่วงท้องลดลง ในขณะเดียวกันพบว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มนมเปรี้ยวกลับไม่พบการลดลงของปริมาณไขมันเลย

เลือกกินยังไง: จริงอยู่ที่โยเกิรต์มีหลากหลายแบบ แต่หากอยากทานโยเกิรต์เพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง ต้องเลือกโยเกิรต์ที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตเท่านั้นหรืออันที่มีป้ายติดไว้ว่า “live and active cultures” และหลีกเลี่ยงโยเกิรต์ที่มีการแต่งรส เพราะน้ำตาลที่เพิ่มในโยเกิรต์อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการกักเก็บไขมัน และของเหลวบริเวณช่วงท้อง เลือกแบบไร้น้ำตาลหรือโยเกิรต์ธรรมชาติดีที่สุดค่ะ

[GOOGLE_ADS]

 

เวย์โปรตีน


 

ทำไมควรกิน: คนเล่นกล้ามทั้งหลายคงรู้จักเจ้าเวย์โปรตีนอยู่ไม่น้อย เพราะเวย์โปรตีนเป็นแหล่งของโปรตีนซึ่งดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อ โดยมีสารอาหารสำคัญที่เรียกว่า Branch chain amino acids (BCAAs) ซึ่งจะช่วยบรรเทาการบาดเจ็บ ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และเพิ่มพละกำลังให้กล้ามเนื้อ นอกจากนี้การบริโภคเวย์โปรตีนก็เทียบเท่ากับการบริโภคโปรตีน 110 กรัมต่อวัน

          มีการทดสอบว่าผู้ที่เพิ่มปริมาณการบริโภคโปรตีนเป็น 2 เท่าจากปกติ (ไม่ใช่แค่จากเวย์โปรตีนเท่านั้น) มีปริมาณไขมันที่ลดลง แต่ยังคงมีกล้ามเนื้อมากกว่าผู้ที่บริโภคโปรตีนในระดับปกติ

          แต่ถ้าสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้โปรตีนอาจจะสงสัยว่าสามารถรับประทานเวย์โปรตีนได้หรือไม่ คำตอบคือได้เพราะโดยส่วนมากเวย์โปรตีนจะไม่ทำให้ท้องอืด ปวดท้องหรือมีแก็สในกระเพาะ แม้ผู้ที่มีอาการการแพ้น้ำตาลแล็กโทสก็สามารถรับประทานได้

 

ธัญพืชโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ด
 

ทำไมควรกิน: หากรู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรงในการออกกำลังกาย ลองเพิ่มพลังด้วยธัญพืชโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ดเพราะนอกจากจะมี Complex carbohydrateหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งดีต่อร่างกายตรงที่เมื่อรับประทาน ร่างกายจะค่อยๆดูดซึม ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว ยังมีไฟเบอร์หรือใยอาหารซึ่งช่วยลดปริมาณไขมันหน้าท้อง และเพิ่มปริมาณฮอร์โมนsatietyซึ่งจะช่วยให้ไม่อยากอาหารมากนัก

          การศึกษาจากมหาวิทยาลัย Pennsylvania State University พบว่าเมื่อกลุ่มผู้ทดลองได้บริโภคธัญพืชโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ดเป็นเวลา 12 อาทิตย์ พวกเขามีน้ำหนักตัวที่ลดลงเท่าๆ กับผู้ที่ไม่ทาน แต่ข้อแตกต่างคือพวกเขามีปริมาณไขมันที่ลดลงมากกว่าบริเวณกลางลำตัว

เลือกกินยังไง: นึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นทานจากไหน ลองเปลี่ยนจากข้าวขาวมาเป็นทานข้าวกล้อง

 

หน่อไม้ฝรั่ง


 

ทำไมควรกิน: หน่อไม้ฝรั่งอัดแน่นไปด้วยพรีไบโอติกไฟเบอร์ (prebiotic fiber) ซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ช่วยในเรื่องระบบการย่อยอาหาร อาการท้องอืด และะเป็นอาหารของแบคทีเรียดี
นอกจากนี้หน่อไม้ฝรั่งมีฤทธิ์ในการขับปัสสาะวะแบบอ่อนๆ ซึ่งจะช่วยขับของเสียออกจากร่างกายพร้อมๆ 

          อีกหนึ่งประโยชน์ที่หน่อไม้ฝรั่งมีคือ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscles) แข็งแรง และเป็นปกติ ป้องกันการแทรกซ้อนของโรคอันเนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

 

อัลมอนด์


 

ทำไมควรกิน: ประโยชน์ของอัลมอนด์คือช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารให้ทำงานอย่างเป็นปกติ ไม่ให้ท้องผูกหรือท้องอืด และยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ พร้อมๆ กับควบคุมความอยากอาหาร

          ในปี 2015 มีการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ใน Journal of the American Heart Association พบว่าการรับประทานอัลมอนด์ 30-35 เม็ดต่อวันจะช่วยลดปริมาณไขมันช่วงลำตัว เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วว่าอัลมอนด์มีไฟเบอร์มากกว่าถั่วชนิดอื่นๆ

 

ชาเขียว
 

ทำไมควรกิน: รู้กันดีว่าชาเขียวนั้นมีคาเฟอีนก็จริงแต่ก็อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งคาเฟอีน และสารต้านอนุมูลอิสระสามารถช่วยลดไขมันได้แต่จะได้ผลก็ต่อเมื่อออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

          ชาเขียวมีคาเฟอีนก็จะช่วยให้ร่างกายตื่น กระชุ่มกระชวยพร้อมออกกำลังกายที่หนักขึ้น และนานมากขึ้น นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า EGCG ในชาเขียวยังช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในร่างกายซึ่งนำไปใช้เป็นพลังงานขณะออกกำลังกาย ผลคือออกกำลังกายได้หนักขึ้น นานขึ้น และได้ผลมากขึ้น

 

          ผ่านกันไปแล้วกับอาหาร 6 ชนิดที่ควรกินควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อกล้ามหน้าท้อง แต่ก็มีอาหาร 3 ชนิดที่ไม่ควรทานอย่างยิ่ง ไม่เพียงเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายควรหลีกเลี่ยงเท่านั้น คนทั่วไปก็ไม่ควรทานเช่นเดียวกัน 

 

กรดไขมันทรานส์

ทำไมไม่ควรกิน: กรดไขมันทรานส์เกิดจากกระบวนการแปรรูปน้ำมันพืชโดยเติมไฮโดรเจนเพื่อให้มีสภาพเป็นของแข็งหรือกึ่งแข็งซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกรดไขมันไม่อิ่มตัว ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นมีปริมาณไขมันมากขึ้น

          จึงได้มีการออกมาต่อต้านการใช้กรดไขมันทรานส์ในกระบวนการผลิตอาหาร แต่ยังมีอาหารบางชนิดที่ยังคงใช้น้ำมันประเภทนี้อยู่เพราะน้ำมันคงตัวมากขึ้น เก็บได้นานขึ้นอย่างโดนัท มาการีน ขนมปัง

เลือกกินยังไง: มีอาหารหลายประเภทที่ติดป้าย “trans fat-free” แต่เพิ่มความมั่นใจด้วยการอ่านฉลากสักนิด มองหาปริมาณไขมันอิ่มตัว หากมีตัวเลข 0.5กรัมต่อหน่วยบริโภคหรือน้อยกว่านั้นมั่นใจได้ว่าปลอดภัยไร้กรดไขมันทรานส์จริง 

 

อาหารแปรรูป

ทำไมไม่ควรกิน: ​ผลการศึกษาพบว่าแคลอรี่ที่ชาวอเมริกันได้รับมากกว่าครึ่งมาจากอาหารประเภท “ultra-processed” หรืออาหารแปรรูปเช่นแผ่นมันฝรั่งทอด ขนมปังขาว เส้นพาสต้าหรือคุ้กกี้ ซึ่งอาหารพวกนี้ก็จะมีน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากขึ้นไปด้วย ส่งผลให้เป็นโรคอ้วน 

          คาร์โบไฮเดรตขัดสี (Refined carbs) เป็นตัวการร้ายที่จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับอินซูลินมากขึ้นไปด้วย ร่างกายมีการกักเก็บไขมันมากขึ้นแต่ร่างกายจะอยากอาหารตลอดเวลา ในขณะที่ร่างกายจะเบิรน์แคลอรี่มากกว่าหากเป็นอาหารประเภท whole foods อาหารที่ไม่แปรรูป และไม่ขัดสี หรือขัดสีน้อยที่สุด กล่าวคือถึงแม้อาหารไม่แปรรูป และอาหารที่ผ่านการแปรรูปจะมีแคลอรี่ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเท่าๆ กัน แต่ร่างกายจะเก็บแคลอรี่มากกว่าหากเป็นอาหารที่แปรรูป

          อีกทั้งอาหารที่แปรรูปจะไปทำลายเซลล์กล้ามเนื้อลาย (muscle cell) และยับยั้งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ

 

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทำไมไม่ควรกิน: ได้ชื่อว่าเป็นแอลกอฮอล์ก็คงไม่ส่งผลต่อดีต่อร่างกายมากนัก โดยเฉพาะด้านการเผาผลาญของร่างกาย ยิ่งดื่มเยอะก็จะยิ่งมีไขมันเยอะบริเวณช่วงหน้าท้อง เพียงแค่ 1 หรือ 2 แก้ว แฮลกอฮอล์ก็ส่งผลให้อยากอาหารมากขึ้น ยับยั้งขบวนการการย่อยแคลอรี่ 

          แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ การควบคุมการดื่มให้อยู่เพียง 3 แก้วต่อวันหรือ 7 แก้วต่ออาทิตย์ซึ่งก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้หญิง แต่อย่าลืมทานอาหารให้ครบทุกหมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อสร้างควบสมดุลให้กับร่างกาย 

          ได้เคล็ดลับการเลือกทานอาหารไปแล้วอย่าลืมหาซื้อทานกันนะคะ แต่การจะมีหุ่นดีฟิตแอนด์เฟิร์มต้องควบคู่กับการออกกำลังกายแบบถูกวิธีด้วยค่ะ 

ที่มา และรูป: womenshealthmag

กลับมาอีกครั้งกับโปรโมชั่นเอาใจคนคอกาเเฟ กับโปรสุดพิเศษซื้อ 1 แถม 1 ทุกวันอังคาร-พุธ เริ่มวันนี้ถึง 22 ก.พ. 60
สำหรับการรวมร้านครั้งนี้จะทำให้คุณได้แค่คำเดียวว่า... แซ่บ แซ่บ แซ่บบบบ ฮ่าๆๆ วันนี้ขอเสนอ ขนมจีนหม้อปลาร้า ของดีของเด็ดประจำเมืองโคราช
รวมรวมร้านเครปร้านเด็ดสุดอร่อยยอดฮิตติดลมบน ที่เด่นด้วยไส้ที่ใส่มาเเบบไม่หวง
ร้านอาหารอีสานรสแซ่บต้องไม่พลาด อีสาน แอ็ท อารีน่า ที่เดอะ พอร์ทอล (อิมแพ็ค เมืองทองธานี) และอีสาน จิ้มจุ่ม ที่อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์ (ริมทะเลสาบเมืองทองธานี) ซึ่งจัดโปรโมชันพิเศษ แซ่บซี๊ด รอทุกท่านมาล...
แมคโดนัลด์ขอแนะนำอาหารเช้าเมนูใหม่ล่าสุด ‘ปังไข่ชีส’ ในราคาเริ่มต้นเพียง 29 บาท ตั้งแต่วันที่17 พฤศจิกายน ถึง 28 ธันวาคม 2560 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด
โรงแรมดุสิตธานี พัทยา เชิญทุกท่านมาลิ้มลองรสชาตินุ่มลิ้น อันโอชะของหอยนางรมระดับพรีเมี่ยมที่เลื่องชื่อจากฝรั่งเศส พร้อมจับคู่ไวน์ Tyrrell’s Old Winery “Semillon Sauvignon Blanc” รสนุ่มละมุน เริ่มตั...

TOP